ตำรวจ-ทหาร » ตำรวจ PCT ภาค 5 “รวบ 2 ผัวเมีย”แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลังย้ายฐาน! หนีปอยเปต ผันตัวรับจ้างตระเวนกดเงินทั่วเมืองเชียงใหม่กว่า 50 ครั้ง เสียหายทะลุหลักล้านบาท

ตำรวจ PCT ภาค 5 “รวบ 2 ผัวเมีย”แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลังย้ายฐาน! หนีปอยเปต ผันตัวรับจ้างตระเวนกดเงินทั่วเมืองเชียงใหม่กว่า 50 ครั้ง เสียหายทะลุหลักล้านบาท

29 สิงหาคม 2026
59   0

Social Share

ตำรวจ PCT ภาค 5 “รวบ 2 ผัวเมีย”แก๊งคอลเซ็นเตอร์หลังย้ายฐาน! หนีปอยเปต ผันตัวรับจ้างตระเวนกดเงินทั่วเมืองเชียงใหม่กว่า 50 ครั้ง เสียหายทะลุหลักล้านบาท

ศปอส.ภ.5 เดินหน้าปราบปรามเครือข่ายบัญชีม้าถอนเงิน หลังพบข้อมูลการถอนเงินจากบัญชีที่เกี่ยวข้องกับคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ก่อเหตุต่อเนื่องหลายครั้งในช่วงปลายเดือน ก.ค. ถึงกลางเดือน ส.ค. 2569

จากการตรวจสอบข้อมูลของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) พบการถอนเงินบริเวณตู้ ATM ในพื้นที่ อ.แม่โจ้ และ อ.สันทราย หลายรายการ โดยเฉพาะตู้ ATM บริเวณตลาดป่าเหมือด พบการถอนเงินรวม 37 ครั้ง และอีกจุดบริเวณโลตัส ซุปเปอร์มาร์เก็ต สันทราย พบอีก 15 ครั้ง รวมเป็น 52 ครั้ง ที่เกี่ยวข้องกับหลายคดี

เจ้าหน้าที่ ศปอส.ภ.5 จึงลงพื้นที่ติดตามสืบสวน เปรียบเทียบตำหนิรูปพรรณจากภาพกล้องวงจรปิดกับข้อมูลการถอนเงิน จนสามารถระบุตัวผู้ถอนเงินได้ และรวบรวมพยานหลักฐานเสนอพนักงานสอบสวนขอศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง

เชียงใหม่-วันที่ 28 ส.ค. 2569 เจ้าหน้าที่ติดตามจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ซึ่งทำหน้าที่ถอนเงินสดตามคำสั่งของเครือข่าย ได้ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ พร้อมตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง บัตร ATM 3 ใบ สมุดบัญชีธนาคาร 3 เล่ม และเสื้อผ้าที่ตรงกับภาพจากกล้องวงจรปิด

จากการสอบถามและตรวจสอบโทรศัพท์ ผู้ต้องหาให้การว่าได้รับคำสั่งผ่านแอปพลิเคชัน LINE จากผู้ใช้บัญชีชื่อ “เป็ดดำ” ให้ไปถอนเงินจากตู้ ATM ผ่านระบบ LINE BK ก่อนนำเงินสดไปฝากต่อยังจุดที่ได้รับคำสั่ง โดยได้รับค่าตอบแทนประมาณ 5% จากยอดเงินที่ฝาก

เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน สนับสนุนฉ้อโกงประชาชน นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ฯ และเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีเงินฝากโดยรู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่โจ้ จ.เชียงใหม่ ดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน รวมถึงติดตามผู้สั่งการและผู้เกี่ยวข้องรายอื่น

ตำรวจฝากเตือนประชาชน อย่ารับจ้างถอนเงิน โอนเงิน หรือรับฝากเงินแทนบุคคลอื่น โดยเฉพาะเงินที่ไม่ทราบแหล่งที่มา แม้จะอ้างว่าเป็นเพียง “งานกดเงิน” และได้รับค่าจ้างเป็นเปอร์เซ็นต์ เพราะอาจเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการอาชญากรรมทางเทคโนโลยีโดยไม่รู้ตัว และต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย

อย่าเห็นแก่ค่าจ้างเพียงเล็กน้อย เพราะเงินที่ได้อาจแลกมาด้วยคดีอาญาและอนาคตของตัวเอง

 

รายงานข่าวโดย:ธนรักษ์ ศรีบุญเรือง/ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่