
(มีคลิป)เปิดยุทธการ!“ฟ้าลั่นที่สันผีเสื้อ” ตร.ภาค.5 บุกค้น 10 เป้าหมายที่พักกลุ่มคนต่างด้าว หลังเหตุฆ่าหมกห้องน้ำเชียงใหม่ พร้อมเช็กบิล นศ. แว้น จยย.ขึ้นดอยสุเทพ เตรียมเรียกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาด
เชียงใหม่ – เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2569 เวลา 13.30 น. ที่ห้องประชุมสถานีตำรวจแม่ปิงจังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจภูธรภาค 5 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 และ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดปฏิบัติการเชิงรุกเพื่อกวาดล้างอาชญากรรมและกลุ่มแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด ยกระดับมาตรการความปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน หลังเกิดคดีสะเทือนขวัญในพื้นที่



สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 สภ.แม่ปิง ได้รับแจ้งเหตุสะเทือนขวัญพบศพหญิงสาว เชื้อชาติไทยใหญ่ ทราบชื่อภายหลังคือ นางคำอิง (หรือนางคำยิ่ง) นอนเสียชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำของห้องพักไม่มีชื่อ ห้องหมายเลข 8 ในพื้นที่ ต.สันผีเสื้อ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ จากการสืบสวนและตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบว่าผู้เช่าห้องพักคือ นายจายสู้ ชายสัญชาติเมียนมา อายุ 46 ปี ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์พาผู้เสียชีวิตเข้ามาที่ห้องพักในคืนวันที่ 16 พฤษภาคม ก่อนจะหายตัวไป ต่อมา นายเคอ บุตรชายของผู้เสียชีวิต ได้ยืนยันอัตลักษณ์บุคคลจากเสื้อผ้า ทรงผม และแหวนของมารดาที่โรงพยาบาลสวนดอก ตำรวจจึงรวบรวมหลักฐานและขออนุมัติศาลจังหวัดเชียงใหม่ ออกหมายจับนายจายสู้ ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา” ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการหลบหนีไปยังประเทศเมียนมา


จากคดีดังกล่าว ประกอบกับสถิติการก่อเหตุของกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งจนสร้างความตื่นตระหนกให้กับประชาชน ตำรวจภูธรภาค 5 จึงได้เปิดยุทธการ “ฟ้าลั่น ที่สันผีเสื้อ” บูรณาการกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายรวม 10 จุด ทั้งบ้านพัก ห้องแถว และสถานที่ทำงานของคนต่างด้าว ผลการปฏิบัติการสามารถควบคุมตัวแรงงานต่างด้าวมาจัดทำประวัติและบันทึกภาพลงฐานข้อมูลอาชญากรรมจำนวน 150 ราย พร้อมทั้งจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดกฎหมายรวม 20 ราย แบ่งเป็นข้อหาทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ 15 ราย (สัญชาติเมียนมา), ข้อหาไม่สามารถแสดงใบอนุญาตทำงานต่อเจ้าหน้าที่ได้ทันท่วงที 2 ราย (สัญชาติเมียนมา) และข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายอีก 3 ราย (สัญชาติเมียนมา 2 ราย และเชื้อชาติปาเกอญอ 1 ราย)
นอกจากนี้ พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ ยังได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าอีกหนึ่งคดีที่ประชาชนให้ความสนใจ โดย พ.ต.อ.สิโณทัย ลิลิตธรรม ผกก.สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ได้นำกำลังเข้าตรวจสอบคลิปวิดีโอในโซเชียลมีเดียกรณีกลุ่มวัยรุ่นขับขี่รถจักรยานยนต์ฉวัดเฉวียนในลักษณะที่อาจเกิดอันตรายต่อผู้อื่นบนทางขึ้นดอยสุเทพ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา



จากการสืบสวนขยายผล ทราบว่าผู้ขับขี่รายดังกล่าวคือ นายกรวิทย์ อายุ 19 ปี นักศึกษาของสถานศึกษาแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่า นายกรวิทย์เคยถูกดำเนินคดีในข้อหาอนาจารและถูกยึดรถจักรยานยนต์ไว้ที่ สภ.ภูพิงคราชนิเวศน์ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายนที่ผ่านมาแล้ว ทางพนักงานสอบสวนจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมในข้อหา “ขับขี่รถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น” ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับตั้งแต่ 5,000 ถึง 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมทั้งเตรียมยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอให้มีคำสั่งริบรถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุ รวมถึงดำเนินคดีกับทางด้านผู้ปกครองต่อไป
ธนรักษ์ ศรีบุญเรือง
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน