
ตำรวจท่องเที่ยวทลายกองถ่ายซีรี่แนวตั้งจีนเถื่อน โดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีใบอนุญาตทำงาน ในเขตท้องที่ อ.หางดง
ตามที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีนโยบายระดมกวาดล้างอาชญากรรมที่แฝงตัวมากับนักท่องเที่ยว โดยกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ภายใต้การอำนวยการของพลตำรวจโทศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ได้สั่งการให้ทุกหน่วยเร่งตรวจสอบนักท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างเข้มงวด


เชียงใหม่-เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.โอฬาร เอี่ยมประภาส ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 และ พ.ต.อ.พิษณุ เตรียมดี ผู้กำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 ได้สั่งการให้ชุดสืบสวน นำโดย พ.ต.ท.อวิรุทธ์ สุขแย้ม สารวัตรสืบสวน พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ทท.2 เข้าตรวจสอบกองถ่ายภาพยนตร์ หลังได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มชาวจีนลักลอบถ่ายทำภาพยนตร์ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่
จากการตรวจสอบพบทีมงานชาวจีนและคนไทยทำหน้าที่เป็นล่ามกำลังถ่ายทำภาพยนตร์ โดยไม่พบเอกสารการขออนุญาตตามกฎหมาย และไม่มีเจ้าหน้าที่ภาครัฐควบคุมการถ่ายทำตามที่กำหนด อีกทั้งยังพบว่าบุคคลดังกล่าวเข้ามาในลักษณะนักท่องเที่ยวและไม่มีใบอนุญาตทำงาน

จากการสอบถาม นางเหวย ผู้ต้องหา ให้การรับว่าเป็นโปรดิวเซอร์และนักแสดง กำลังถ่ายทำ “ซีรี่แนวตั้ง” ซึ่งกำลังได้รับความนิยมในปัจจุบัน โดยเลือกใช้สถานที่ในจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งให้ผู้ต้องหาทราบว่า การถ่ายทำภาพยนตร์ในประเทศไทยจะต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 โดยต้องมีเจ้าหน้าที่ภาครัฐควบคุมการถ่ายทำ เพื่อป้องกันเนื้อหาที่บิดเบือนหรือส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศ อีกทั้งบทภาพยนตร์หรือเรื่องย่อต้องผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องก่อน จึงจะสามารถดำเนินการถ่ายทำได้ ซึ่งหากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดถึง 1 ล้านบาท

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวชาวจีนทั้ง 8 คน ส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรหางดง เพื่อดำเนินคดีในข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ส่วนการถ่ายทำภาพยนตร์โดยไม่ได้รับอนุญาต จะดำเนินการแจ้งการกรำความผิดเป็นพินัยต่อคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดิทัศน์ กรมการท่องเที่ยว เพื่อพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นกลุ่มบุคคลต่างชาติหรือนักท่องเที่ยวมีพฤติการณ์กระทำความผิด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนตำรวจท่องเที่ยว 1155 หรือผ่านแอปพลิเคชัน Thailand Tourist Police ได้ตลอด 24 ชั่วโมง
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน