
แพร่สกัดเข้ม ! ตำรวจบูรณาการกำลังรวบขบวนการยาเสพติด ยึดยาบ้ากว่า 5.6 ล้านเม็ด
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ที่หน้าสำนักงานตำรวจภูธรจังหวัดแพร่ นายคุณากร คชหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่, พล.ต.ต.กฤษดา พันธ์เกษม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดแพร่, พ.ต.อ.พงษ์พีระ การะเกตุ รอง ผบก.ภ.จว.แพร่, พ.ต.อ.ดนัย ใจกล่ำ รอง ผบก.ภ.จว.แพร่ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธเนศ วิบูลย์เกียรติ ผกก.สภ.วังชิ้น และ พ.ต.ท.ทัดเทพ โชติเดชาชัย สวญ.สภ.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย ร่วมแถลงข่าวจับกุมยาเสพติดรายใหญ่



การจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่สามารถสกัดกั้นขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากภาคเหนือสู่ภาคกลางได้ 2 คดี รวมของกลางยาบ้าทั้งสิ้น 5,662,000 เม็ด และเคตามีน 10 กิโลกรัม
คดีที่ 1 ที่จุดสกัดบ้านหาดรั่ว อ.วังชิ้น จ.แพร่ เจ้าหน้าที่ใช้ระบบ AI ตรวจสอบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน ก่อนพบยาบ้าซุกซ่อนจำนวน 2,482,000 เม็ด ประกอบด้วย รถกระบะอีซูซุ สีขาว ทะเบียน บบ 1483 พะเยา และรถกระบะนิสสัน สีดำ ทะเบียน บธ 5008 กรุงเทพมหานคร พร้อมควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 คน คือ นายทินบัติ หรือเจมส์ โคนัก อายุ 32 ปี และนายจิรายุทธ หรือต้อ ขายเครื่องเทศ อายุ 21 ปี ทั้งสองอยู่บ้านหมู่ 10 ต.แม่ต๋ำ อ.พญาเม็งราย จ.เชียงราย
คดีที่ 2 ที่ด่านเอกซเรย์ สภ.ห้วยไร่ ต.ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ ตำรวจเรียกตรวจรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียน บพ 3448 พระนครศรีอยุธยา ก่อนนำเข้าเครื่องเอกซเรย์ พบมีการดัดแปลงพื้นกระบะทำเป็นช่องลับ ปิดทับด้วยแผ่นเหล็กเชื่อมเป็นเนื้อเดียวกับตัวรถเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ว่าเป็นรถเปล่า เมื่อรื้อออกพบยาบ้าจำนวน 3,180,000 เม็ด และเคตามีน 10 กิโลกรัม จึงควบคุมตัวผู้ต้องหา 2 คน คือ นายสมคิด แย้มขยาย อายุ 42 ปี และ น.ส.ศิริลักษณ์ เกตุมณี อายุ 30 ปี ทั้งสองอยู่หมู่ 3 ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี


พล.ต.ต.กฤษดา พันธ์เกษม ผบก.ภ.จว.แพร่ กล่าวว่า ปัจจุบันขบวนการค้ายาเสพติดมีการลักลอบลำเลียงจากนอกประเทศเข้าสู่พื้นที่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งเป็นพื้นที่รับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 5 โดยมีด่านสกัดสำคัญบนทางหลวงหมายเลข 1 คือ ด่านเอกซเรย์แม่พริก จ.ลำปาง, ด่านเอกซเรย์ห้วยไร่ อ.เด่นชัย จ.แพร่ และจุดสกัดบ้านหาดรั่ว สภ.วังชิ้น ซึ่งถือเป็นปราการด่านสำคัญ และขณะนี้พบการลำเลียงผ่าน จ.แพร่ มีปริมาณเพิ่มขึ้น จึงได้วางแผนสกัดกั้นและจับกุมอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายคุณากร คชหิรัญ รองผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ กล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายปกครอง อาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) และตำรวจ ได้บูรณาการทำงานร่วมกัน เพื่อสนองนโยบายรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง พร้อมชื่นชมเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายที่เอาใจใส่ในการสืบสวนหาข่าวจนนำไปสู่การจับกุมรายใหญ่ครั้งนี้ และได้กำชับให้ทุกหน่วยในพื้นที่ปราบปรามยาเสพติดอย่างเข้มข้นต่อไป
ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน