
ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน กก.สส.ภ.จว.ลำพูน ร่วมกับตร.สภ.แม่ทา แท็คทีมกำลังสกัดจับชายขับรถหลบด่านตรวจ หวังลักลอบขนยาเสพติด กว่า 335,400 เม็ด
ลำพูน-เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 03.30 น. เจ้าพนักงานตำรวจชุดปฏิบัติการป้องกันปราบปรามยาเสพติด ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน ได้รับแจ้งว่ามีบุคคลกำลังลักลอบขนยาเสพติดให้โทษโดยใช้รถยนต์กระบะ TOYOTA สีเขียว โดยบุคคลดังกล่าวจะขับรถยนต์ผ่านด่านตรวจยาเสพติดแม่ทา เขตพื้นที่ อ.แม่ทา จ.ลำพูน เข้าไปยังพื้นที่ตอนในของประเทศ รถรถยนต์กระบะคันดังกล่าวได้ขับขี่มายังบริเวณก่อนถึงด่านตรวจฯ ประมาณ 200 เมตร ได้ชะลอความเร็วรถยนต์ ได้จอดและขับขี่รถยนต์ย้อนกลับสวนทางเดินรถไปตามถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ขับขี่รถยนต์ติดตามรถยนต์คันดังกล่าวไป ผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าว ได้ขับขี่เข้าไปบริเวณสวนหย่อม หน้าสำนักงานตลาดแม่ทา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำกำลังสกัดจับรถยนต์คันดังกล่าว พบผู้ขับขี่รถยนต์คันดังกล่าวชื่อนายเอกพล หรือ อ๊อดฯ จากการสอบถามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ นายเอกพล หรือ อ๊อดฯ ให้การว่าตนขับรถยนต์หลบหนีเพราะว่า ภายในรถยนต์ของตนมียาบ้าอยู่ภายในรถยนต์เป็นจำนวนมาก ตนเกรงกลัวต่อความผิดจึงคิดจะขับรถยนต์หลบหนี จากการตรวจค้นพบของกลางยาเสพติด จำนวน 335,400 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์คันดังกล่าว


เจ้าพนักงานตำรวจจึงสอบถามนายเอกพล หรือ อ๊อดฯ ถึงยาบ้าของกลางทั้งหมด โดยนายเอกพล หรืออ๊อดฯ ให้การว่ายาบ้าดังกล่าวตนไปเก็บมาจากบริเวณริมถนน ต.ห้วยแก้ว อ.แม่ออน จ.เชียงใหม่ ตามคำสั่งของนายลอ ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ติดต่อกันผ่านทางแอพพลิเคชั่น LINE เพื่อจะนำไปวางตามจุดที่นายลอฯ สั่งการ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมด้วยของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่ทา จว.ลำพูน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป



เพื่อเป็นการป้องกัน ปราบปราม ยับยั้งยาเสพติดแพร่กระจายเป็นวงกว้าง เพื่อความอยู่ดี มีสุข ความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยของพ่อแม่พี่น้องชาวลำพูน โดยศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัดลำพูนและศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน ดำเนินการอย่างจริงจัง ต่อเนื่อง และเข้มข้นต่อไป ทั้งนี้หากพบเบาะแสการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดหรือพบเห็นอาชญากรรม โปรดแจ้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ตำรวจภูธรจังหวัดลำพูน ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง โทรสายตรง 053-569-790
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน