หน้าแรก » เชียงใหม่-ด่วน! เครื่องบินโจมตี AT-6TH กองทัพอากาศตกกลางป่าจอมทอง พบผู้เสียชีวิต 2 ราย

เชียงใหม่-ด่วน! เครื่องบินโจมตี AT-6TH กองทัพอากาศตกกลางป่าจอมทอง พบผู้เสียชีวิต 2 ราย

29 มกราคม 2026
108   0

Social Share

เชียงใหม่-ด่วน! เครื่องบินโจมตี AT-6TH กองทัพอากาศตกกลางป่าจอมทอง พบผู้เสียชีวิต 2 ราย

เมื่อเวลาประมาณ 10.30 – 10.50 น. เกิดอุบัติเหตุเครื่องบินขับไล่และฝึกแบบ AT-6TH (Wolverine) สังกัดกองทัพอากาศ ประสบอุบัติเหตุตกบริเวณพื้นที่ป่าห่างไกลชุมชน ในเขตหมู่ที่ 6 บ้านห้วยม่วงฝั่งซ้าย (และมีบางรายงานระบุว่าเป็นพื้นที่บ้านห้วยฝาง) ต.แม่สอย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

• จุดเกิดเหตุ: พื้นที่ป่าลึกห่างไกลชุมชน ต.แม่สอย อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่

• สภาพความเสียหาย: จากภาพถ่ายในที่เกิดเหตุ พบซากเครื่องบินกระจายตัวและมีร่องรอยการลุกไหม้อย่างหนัก ชิ้นส่วนปีกปรากฏเครื่องหมายวงกลมสีขาว-แดง-น้ำเงิน ของกองทัพอากาศไทยชัดเจน

• ผู้เสียชีวิต: เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ยืนยันพบร่างผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งคาดว่าเป็นนักบินประจำเครื่อง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์อัตลักษณ์และยืนยันรายชื่ออย่างเป็นทางการจากกองทัพอากาศ

• การดำเนินการ: เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง อ.จอมทอง พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัย และเจ้าหน้าที่จากกองบิน 41 เชียงใหม่ กำลังเร่งเข้าควบคุมสถานการณ์และปิดกั้นพื้นที่เพื่อรอทีมผู้เชี่ยวชาญเข้าตรวจสอบหาสาเหตุ

ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเครื่องบิน AT-6TH

เครื่องบินรุ่นนี้ถือเป็นเครื่องบินโจมตีเบารุ่นใหม่ล่าสุดของกองทัพอากาศไทย โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจดังนี้:

• ชื่อรุ่น: Beechcraft AT-6TH Wolverine (บ.จ.

• สังกัด: ฝูงบิน 411 กองบิน 41 จังหวัดเชียงใหม่

• ภารกิจ: ถูกออกแบบมาเพื่อภารกิจโจมตีเบา, ลาดตระเวนติดอาวุธ, และการสนับสนุนทางอากาศอย่างใกล้ชิด (Close Air Support) รวมถึงภารกิจควบคุมไฟป่าในพื้นที่ภาคเหนือ

• การส่งมอบ: กองทัพอากาศไทยเป็นลูกค้ารายแรกของโลกสำหรับเครื่องบินรุ่นนี้ โดยเพิ่งได้รับมอบและประจำการอย่างเต็มรูปแบบในช่วงปี 2567-2568 ที่ผ่านมา

จุดที่เกิดเหตุเป็นพื้นที่ภูเขาและป่าหนาทึบ ซึ่งเครื่องบินรุ่นนี้มักใช้ในการฝึกบินในภูมิประเทศหรือปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนแนวชายแดน อย่างไรก็ตาม สาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ยังต้องรอคำชี้แจงอย่างเป็นทางการจากโฆษกกองทัพอากาศ ว่าเกิดจากปัญหาทางเทคนิค สภาพอากาศ หรือปัจจัยอื่นใด

 

ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน