
เชียงใหม่กรีนโทเปีย ยกย่องกว่าภาคีร้านอาหาร ขับเคลื่อนเชียงใหม่สู่ “เมืองแห่งอาหารสุขภาวะและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน”
เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 ที่สวนผักฮักร้องขุ้ม อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ ศ.ดร. พวงรัตน์ แก้วล้อม ผู้จัดการโครงการเชียงใหม่กรีนโทเปีย เป็นประธานจัดโครงการเชียงใหม่กรีนโทเปีย (Chiang Mai Greentopia) การโครงการดังกล่าวเดินหน้าครบรอบ ปีที่ 4 ของการยกย่องภาคีเครือข่ายที่ร่วมกันขับเคลื่อนระบบอาหารเพื่อสุขภาวะและความยั่งยืนในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเผยการผลักดันความร่วมมือเชิงระบบตั้งแต่ เกษตรกร ร้านอาหาร ผู้จัดจำหน่าย ไปจนถึงผู้บริโภค ให้เกิดเป็นระบบอาหารที่ปลอดภัยและเข้าถึงได้จริงในชีวิตประจำวันของคนเชียงใหม่




ภายในสวนผักฮักร้องขุ้ม ผู้ประกอบการโรงแรมและร้านอาหารนำเชฟลงมือโชว์เมนูเด็ดของโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังในเชียงใหม่ที่ใช้พืชผักผลไม้ผักปลอดภัยจากสวนผักของชาวบ้านที่ปลูกโดยไม่ใช้สารเคมี และใช้พืชผักผลไม้ที่ออกผลผลิตตามฤดูกาล




ศ.ดร. พวงรัตน์ แก้วล้อม ผู้จัดการโครงการเชียงใหม่กรีนโทเปีย กล่าวว่า โครงการนี้ริเริ่มภายใต้การร่วมมือระหว่าง สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ และภาคีเครือข่ายกว่า 200 องค์กร โดยมุ่งเป้าสร้างระบบอาหารที่เชื่อมโยง เกษตรกร ผู้ผลิต ตลาดและช่องทางการจำหน่าย ร้านอาหาร และ ผู้บริโภค เข้าด้วยกันเพื่อให้เชียงใหม่เป็น “เมืองอาหารปลอดภัย” อย่างเป็นรูปธรรม




43 ร้านอาหาร รับรองมาตรฐาน Chiang Mai Green Kitchen ปีนี้มี ร้านอาหาร 43 แห่ง ที่ได้รับการเชิดชูเกียรติในความร่วมแรงร่วมใจในการใช้ วัตถุดิบปลอดภัยตามมาตรฐานระบบอาหารยั่งยืน จากชุมชนเกษตรอินทรีย์ และ Green Farm ของภาคีเชียงใหม่กรีนโทเปีย โดยร้านที่ผ่านเกณฑ์มีทั้ง ร้านที่เลือกใช้ ผักพื้นบ้านตามฤดูกาลและผักอินทรีย์ จากเกษตรกรท้องถิ่น ร้านที่พัฒนาเมนูจากวัตถุดิบปลอดภัย สู่เมนูสุขภาวะให้กับผู้บริโภค ร้านที่ร่วมแบ่งปันองค์ความรู้ด้านอาหารปลอดภัยให้กับลูกค้าและชุมชน ร้านที่ร่วมกิจกรรมสื่อสารความรู้ให้กับผู้บริโภคผ่านกิจกรรมต่างๆ
ตัวอย่างร้านที่ได้รับการเชิดชูเกียรติ เช่น ห้องอาหาร Laan Na Kitchen โรงแรมมีเลีย เชียงใหม่, ร้านทับปิง By ANJAKINN, EAT@Rincome, ลาบต้นยาง, มีนามีข้าว และอีก 30 กว่าร้าน ที่จะปรากฏใน Chiang Mai Green Kitchen MaP พร้อมที่ตั้งและเมนูของร้าน เผยแพร่ผ่านการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สื่อวิทยุโทรทัศน์ และสื่อออนไลน์ต่างๆ
ริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ต ผู้จัดจำหน่ายเชื่อมเกษตรกรกับเมือง ริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ต ได้รับการเชิดชูให้เป็น Chiang Mai Green Distributor ในฐานะผู้จัดจำหน่ายต้นแบบที่เชื่อมโยงเกษตรกรท้องถิ่นกับผู้บริโภคเมืองอย่างเป็นระบบ เปิดพื้นที่จำหน่ายผักพื้นบ้านและผักอินทรีย์จากเกษตรกรในเครือข่าย Green Farm ทำให้ผู้บริโภคชาวเชียงใหม่สามารถเข้าถึงวัตถุดิบปลอดภัยได้อย่างต่อเนื่องและทั่วถึง ริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ตมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมตลาดระหว่าง “คนปลูก” และ “คนกิน” จนกลายเป็นหนึ่งในช่องทางหลักของผักพื้นบ้านภาคเหนือในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคในเมือง



Green People ปีที่ 4 บุคคลต้นแบบขับเคลื่อนระบบอาหาร บุคคลต้นแบบ ที่ได้รับการยกย่องจากโครงการในฐานะ Green People ผู้มีส่วนสำคัญในการผลักดันเป้าหมายของ Chiang Mai Greentopia อย่างเป็นรูปธรรม ได้แก่ คุณธิดา วรเนตร ผู้บริหารริมปิงซุปเปอร์มาร์เก็ต ผู้ที่มีบทบาทในการนำผักพื้นบ้านและผักอินทรีย์เข้าสู่ระบบตลาดเมืองในพื้นที่ 7 สาขาทั่วเชียงใหม่ ทำให้เกิดการเข้าถึงผักพื้นบ้านของคนเมือง นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการบริโภคผักเศรษฐกิจมาสู่ผักพื้นบ้านท้องถิ่นภาคเหนือ คุณสุขสันต์ ชุตินธราทิพย์ หรือ “เชฟบิลลี่ Executive Chef โรงแรมมีเลีย เชียงใหม่ ผู้ที่สร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับเกษตรกร ผู้บริโภคและภาคีต่าง ๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยของอาหาร และแนวทางการบริโภคที่ยั่งยืน ผู้ริเริ่มโครงการเชื่อมร้อยภาคีจากต้นน้ำเกษตรกร สู่ปลายน้ำผู้บริโภคผ่านกิจกรรมต่างๆ ผ่านเชฟน้อยสู่ผู้สูงวัยของสังคมเมือง การยกย่องครั้งนี้เน้นย้ำการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนในการพัฒนาระบบอาหารตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงด้านสุขภาพจากสารเคมีตกค้าง และเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารและความปลอดภัยให้กับประชาชน
เป้าหมายร่วม เชียงใหม่เป็นต้นแบบเมืองอาหารปลอดภัย โครงการ Chiang Mai Greentopia สามารถสร้างผลลัพธ์เชิงสุขภาพที่ชัดเจนต่อประชากรจังหวัดเชียงใหม่ โดยเฉพาะในด้าน ลดการตกค้างของสารเคมีในร่างกายจากอาหารที่ปลอดภัย จากการสำรวจตัวอย่างเลือดของประชาชนชาวเชียงใหม่จำนวนกว่า 400 คน เมื่อเดือนธันวาคม 2567 พบว่า สัดส่วนคนที่มีสารเคมีตกค้างในเลือดลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากประมาณ 90% ในปี 2565 เหลือเพียง 66% หลังการดำเนินโครงการ Chiang Mai Greentopia เป็นระยะเวลา 2 ปี และจำนวนผู้ที่มีสารเคมีตกค้างอยู่ในระดับปลอดภัยเพิ่มขึ้นจากประมาณ 10% ในปี 2565 เป็นประมาณ 34% ในปี 2567 และ 49% ในปี 2568
ผลลัพธ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า การสร้างระบบอาหารตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่เกษตรกร ผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย ร้านอาหาร ไปจนถึงผู้บริโภค ที่เน้นการใช้วัตถุดิบปลอดสารเคมีและเกษตรอินทรีย์ สามารถส่งผลดีต่อสุขภาพของประชากรได้จริง ผ่านแนวทางการเพิ่มความรู้ด้านอาหาร ความปลอดภัยของอาหาร การพัฒนาแหล่งผลิต และการกระจายอาหารปลอดภัยสู่ผู้บริโภคอย่างทั่วถึง


Chiang Mai Greentopia มุ่งผลักดันเชียงใหม่สู่การเป็นต้นแบบระบบอาหารที่ปลอดภัยและยั่งยืน โดยใช้ยุทธศาสตร์การสร้างความรอบรู้ด้านอาหาร (Food Literacy), การสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการบริโภคอาหารปลอดภัย (Food Environment), และการส่งเสริมเศรษฐกิจอาหารชุมชน (Food Economy) ร่วมกับการขับเคลื่อนนโยบายด้านอาหารและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้กรอบการทำงานนี้ ความร่วมมือของร้านอาหาร ร้านจัดจำหน่าย และผู้คนที่มีส่วนร่วมตลอดห่วงโซ่อาหารคือพลังสำคัญที่ทำให้เป้าหมายของเชียงใหม่กรีนโทเปีย “ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่เป็นวิถีปฏิบัติที่สัมผัสได้จริงในชีวิตประจำวันของคนเชียงใหม่”

ภายในงานนอกจากเชฟสาธิตการทำอาหารเมูอร่อยแล้ว มีเปิดบูธสาธิตการทำอาหารให้รับประทานจากโรงแรมและร้านอาหารชื่อดังในเชียงใหม่ มีการจัดเสวนาให้ความรู้เรื่องสุขภาพ และประโยชน์จากอาหารปลอดภัยที่ดีต่อสุขภาพ จากนั้นมอบใบประกาศเกียรติบัตรให้โรงแรมและร้านอาหารที่ร่วมขับเคลื่อนอาหารปลอดภัยบนมาตราฐานของการเพาะปลูกวิธีอินทรี ที่นำผลผลิตจากแหล่งท้องถิ่นในจังหวัดเชียงใหม่มาจำหน่าย และใช้ในการประกอบการอย่างมีความรับผิดชอบ โดยมุ่งส่งเสริมระบบอาหารที่ปลอดภัย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความมั่นใจด้านสุขภาพให้กับผู้บริโภคควบคู่กับการสื่อสารองค์ความรู้ด้านอาหารปลอดภัยสู่สังคมเชียงใหม่อย่างยั่งยืน ก่อนเสร็จสิ้นการจัดโครงการเชียงใหม่กรีนโทเปียวันนี้ ได้เชิญทุกท่านรับประทานอาหารปลอดภัยภายในงานร่วมกัน.
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน