ตำรวจ-ทหาร » D.J. นก เสรี ทองคู่ นำประสบการณ์เล่าสู่บทบาทและสิ่งที่ต้องพบเจอในการเป็น “ พิธีกร ”

D.J. นก เสรี ทองคู่ นำประสบการณ์เล่าสู่บทบาทและสิ่งที่ต้องพบเจอในการเป็น “ พิธีกร ”

24 สิงหาคม 2025
59   0

Social Share

D.J. นก เสรี ทองคู่ นำประสบการณ์เล่าสู่บทบาทและสิ่งที่ต้องพบเจอในการเป็น “ พิธีกร ”

อีก 2 ปีข้างหน้า พ.ศ. 2570 บุคลากรที่มากความสามารถอีกท่านหนึ่งของกองทัพภาคที่ 3 ที่จะเกษียณอายุราชการ เป็นทั้งนักจัดรายการ พิธีกรที่มากความสามารถ ด้วยเสียงที่สุขุมนุ่มลึกก้องกังวาลในทุกครั้งที่ได้จับไมค์ รวมถึงล่าสุดเกือบ 8 ปีที่ผ่านมา ได้คุมบังเหียน งานด้านประชาสัมพันธ์ของศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 ส่งต่อข่าวสารให้ประชาชนทั่วภาคเหนือได้รับรู้ภารกิจของเหล่าจิตอาสาพระราชทาน ให้ผู้คนมากมายได้รับการช่วยเหลือ ได้ต่อชีวิตจากอาการป่วย ได้มีบ้านที่ปลอดภัยและอบอุ่นอาศัย ในวันนี้ ได้มาเล่าสู่ข้อคิดจากประสบการณ์ของการเป็น “ พิธีกร ” จะเป็นใครไปไม่ได้คือ พันโท เสรี ทองคู่ นักจัดรายการชื่อดังของสถานีวิทยุกระจายเสียงกองทัพภาคที่ 3 และสวมหมวก รองหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3

พันโท เสรี ทองคู่ รองหัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทานภาค 3 เผยว่า ในการทำหน้าที่พิธีกรบ่อยครั้งที่วันจริงไม่เหมือนวันซ้อม เปลี่ยน ลด ปรับ เพิ่ม ลำดับพิธี อ่านชื่อบุคลในงานไม่ถูกต้อง ตำแหน่งผิดพลาด ต้องพบกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และต้องแก้ไขเหตุการณ์เหล่านี้ให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี เมื่อถึงเวลาแล้ว ประธานหรือผู้พูดยังมาไม่ถึงหน้าที่ของพิธีกรจะต้องไม่ให้เกิดความเงียบบนเวที ถ้าเลยเวลาไม่นากนัก พิธีกรก็อาจจะพูดชี้แจงรายละเอียดต่างๆรวมทั้งอาจจะมีเรื่องราวมาเล่าถ่วงเวลาไว้ก่อน แต่ถ้านาน จนผู้ฟังเริ่มกระสับกระส่าย อาจจะจัดกิจกรรมให้ผู้ฟังได้เคลื่อนไหวบ้าง เช่น การปรบมือ หรือการมีส่วนร่วม ขณะเดียวกันต้องรีบให้ฝ่ายจัดงานเร่งแก้สถานการณ์ทันที

เมื่อเครื่องเสียงไม่เป็นใจ แปลกแต่จริงเครื่องเสียงโดยเฉพาะไมค์โครโฟน เวลาทดสอบก็ดูจะให้ความร่วมมือดี แต่พอถึงเวลาเอาจริงก็มักจะมีเสียงหอน…พูดแล้วเสียงขาดหาย…พูดแล้วไม่มีเสียงออกพิธีกรต้องยิ้มเข้าไว้และเมื่อทุกอย่างปกติก็อาจจะใช้ละลาการพูดช่วยคลี่คลายบรรยากาศ เช่น มีอยู่ครั้งหนึ่งผู้เขียนไปทำหน้าผู้เขียนไปทำหน้าที่พิธีกรในการอบรมสัมมนา ซึ่งมีวิทยากรพิเศษมาให้การบรรยาย พอถึงเวลาปรากฏว่าไมค์โครโฟนใช้ไม่ได้ เป็นอยู่พักใหญ่กว่าจะแก้ไขได้เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย พิธีกรควรพูดนำร่องก่อนเชิญวิทยากรขึ้นพูดว่า “แหม วันนี้พวกเรารอคอยมานานกว่าจะได้คิวจากท่านวิทยากรเพราะเรื่องราวที่ท่านจะพูดคุยกับพวกเราเป็นเรื่องที่ Hot ที่สุด ไม่นึกเลยว่าไมค์โครโฟนจะตกใจเพราะความ Hot จนสายไหม้่ก่อนที่ท่านวิทยากรจะได้พูดเสียอีก (ฮา…) ขณะนี้ไมค์โครโฟนก็ปรับตัวเรียบร้อยแล้ว ขอเรียนเชิญท่านวิทยากรในลำดับนี้เลย

เมื่อพิธีกรอ่านข้อความผิด“สี่เท้ารู้พลาดนักปราชญ์ยังรู้พลั้ง” เป็นความจริงเสมอ ถึงแม้ว่าท่านจะเชี่ยวชาญเพียงใดโอกาสพลาดย่อมมี และเมื่อเป็นเช่นนี้ท่านจะทำอย่างไร สิ่งที่อยากจะแนะนำก็คือท่านต้องตั้งสติให้ดี หากอ่านผิดก็ให้เอ่ยคำว่า “ขออภัย” ไม่ใช่ “อุ๊ย ขอโทษ” หรือเงียบ บางกรณีอาจต้องใช้ไหวพริบ เช่น มีอยู่คราวหนึ่งได้เป็นพิธีกรโดยในงานมี คุณชาญศักดิ์ ชวลิตนิติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี มาร่วมงานด้วย ก็ตั้งใจจะเอ่ยชื่อท่าน แต่ด้วยเหตุใดไม่ทราบกลับพูดว่า “…นอกจากนี้ก็มีคุณวิสิทธิ์ ชวลิตนิติธรรม เอ่ยชื่อคุณพ่อของท่านแทน…” พอพูดออกไปแล้วจึงนึกได้ว่าพลาดไปแล้ว ก็เลยรีบแก้ไขทันทีว่า ” …นายกสมาคมสว่างบริบูรณ์ฯกำลังเดินทาง แต่ขณะนีุ้คุณชาญศักดิ์ ชวลิตนิติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี ในฐานะคนของประชาชนเดินทางมาถึงก่อน”

เมื่อผู้ฟังออกอาการ…ไม่ฟัง…เบื่อ…หลับ ในงานบางงานผู้ฟังหรือผู้ชมก็ช่างไม่ให้ความร่วมมือเสียเลย ต้องใช้วิธีดึงความสนใจตามสถานการณ์ อาจจะให้ผู้ฟังลุกขึ้นขยับแข้งขาด้วยการออกกำลังกายดูบ้างก็ช่วยได้มาก

เมื่อต้องเป็นพิธีกรจำเป็นอันที่จริงเราก็คุ้นเคยกับการเป็นพิธีกรกันอยู่แล้ว แต่เคยเจอสถานการณ์ ต้องเป็น “พิธีกรจำเป็น” คือในงานบางงานเราไปในฐานะผู้ร่วมงานแต่พอถึงเวลาเจ้าภาพจะเข้ามาบอกว่า “ช่วยหน่อยนะ ช่วยเป็นพิธีกรให้พี่หน่อย” ถ้าถามความรู้สึกจริงๆ ก็ลำบากใจกับเหตุการณ์แบบนี้ แต่วิธีแก้ไขก็ต้องยิ้มเข้าไว้ การปฏิเสธคงเป็นไปได้ยาก แล้วรีบสอดส่ายสายตาหาบุคคลที่สามซึ่งเป็นผู้ที่คุ้นเคยกับการพูดให้พูดแทนโดยอาจจะแนะนำเจ้าของงานว่า “วันนี้ตั้งใจมาแสดงความยินดีกับพี่แล้วก็จะรีบกลับ เพราะติดงาน(แล้วแต่จะอ้างให้ดูสมเหตุสมผล) จะอยู่พูดให้ได้ไม่ตลอดพี่ลองไปเชิญคุณ… ช่วยพูดดีไหม นั่นไง นั่งอยู่ตรงนั้น” แล้วก็ทำท่าทางให้ดูเร่งรีบเพื่อขอตัวกลับ แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆก็ต้องทำใจ…..ช่วยกันหน่อยก็แล้วกัน คิดเสียว่า หากเขาไม่ไว้ใจเราเขาก็คงไม่ให้เราเป็นพิธีกร เพราะฉะนั้นก็ตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุดก็แล้วกัน… แต่็ก็หวังว่าอย่าได้เจอเหตุการณ์แบบนี้บ่อยนักเลย

ทั้งหมดที่เล่าสู่กันฟังนี้ เป็นเพียงปัญหาเฉพาะหน้าที่พิธีกรทุกคนมักจะต้องมีโอกาสพบบ่อยที่สุด ความจริงยังมีปัญหาปลีกย่อยอีกมากมาย แต่เลือกเฉพาะปัญหาที่ท่านจะมีโอกาส พบมากที่สุดมาฝากไว้

 

ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน