
เชียงใหม่-บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด จัดอบรม “ทำดี ทำง่าย ให้เลือด” สนับสนุนเยาวชนไทยให้โลหิต เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมรี และส่งเสริมให้เยาวชนมีคุณธรรมและรู้จักการเป็น “ผู้ให้” มีจิตอาสา โดยเริ่มจากการเป็นผู้บริจาคโลหิต

เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 68 ที่ห้องประชุมคล้องช้าง โรงแรมอโมร่า ท่าแพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดการอบรม “ทำดี ทำง่าย ให้เลือด” โครงการเครือเจริญโภคภัณฑ์ สนับสนุนเยาวชนไทยให้โลหิต ปีการศึกษา 2568 (ปีที่ 25) ที่บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์จำกัด จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ด้วยแนวคิด “ทำดี ทำง่าย ให้เลือด” เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมรี เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ ทรงเจริญพระชนมายุ 70 พรรษา และมุ่งหวังส่งเสริมให้เยาวชนมีคุณธรรม และรู้จักการเป็น “ผู้ให้” มีจิตอาสา โดยเริ่มจากการเป็นผู้บริจาคโลหิต โดยมีนักเรียน 160 คน จากสถานศึกษาในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษาและพณิชยการ 21 โรงเรียนทั่วจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมอบรม

โดยกิจกรรมการอบรมในวันนี้ ประกอบด้วย สถานีความรู้โลหิต ผลิตภัณฑ์โลหิตและส่วนประกอบของโลหิต ประโยชน์การบริจาคโลหิตทั้งผู้ให้และผู้รับ การเป็นนักประชาสัมพันธ์เชิญชวนผู้บริจาคโลหิต การฝึกปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน หรือ CPR และการใช้เครื่องช็อกไฟฟ้าหัวใจอัตโนมัติ หรือ AED เพื่อให้สามารถช่วยชีวิตผู้หมดสติ ไม่หายใจ หัวใจหยุดเต้นได้ทันเวลา

นายศิวะ ธมิกานนท์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีเทคโนโลยีใด ที่จะสามารถผลิตโลหิตเทียม หรือคิดค้นสารอื่นใดมาใช้ทดแทนโลหิตได้ และในแต่ละปีก็มีผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ความต้องการใช้โลหิตเพิ่มจำนวนมากขึ้น ถึงแม้เหล่ากาชาดจังหวัด พร้อมด้วยศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จะพยายามรณรงค์ส่งเสริม ให้มีการบริจาคโลหิตเพิ่มมากขึ้นก็ตาม แต่ก็ยังไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้นเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่มีจิตอาฮา มีสุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นผู้บริจาคโลหิตในอนาคตและเป็นผู้นำในการประชาสัมพันธ์ เผยแพร่การบริจาคโลหิต ต้องเข้ามามีบทบาทในการรณรงค์จัดหาโลหิต และมาเป็นผู้บริจาคโลหิตประจำ ทุก 3 เดือน ซึ่งการจัดโครงการดังกล่าวนับว่าเป็นโครงการที่ดี มีประโยชน์อย่างยิ่งกับเยาวชนรุ่นใหม่ มุ่งหวังให้ความรู้ ความเข้าใจ ในเรื่องของโลหิต และการบริจาคโลหิตอย่างถูกต้อง และยังเป็นการส่งเสริมให้เยาวชนมีสปิริต รู้จักการเป็น “ผู้ให้” โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน จึงเป็นการวางรากฐานความสำเร็จ ในการจัดหาโลหิตของประเทศไทยอย่างยั่งยืน
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน