
เชียงใหม่- ป.ป.ช.เชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบ โครงการก่อสร้างถนนบนดอย อ.แม่แจ่ม พบชำรุด 2 จุด ราว 40 เมตร ผู้รับจ้างเข้าแก้ไข ยังอยู่ระหว่างประกันผลงาน เบื้องต้นคาดคอนกรีตบ่มไม่ได้คุณภาพ ส่วนไฟทั้ง 32 ชุด ใช้ได้ปกติ

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 นายกิตติศักดิ์ พิมสาร ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงใหม่ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กลุ่มงานป้องกันการทุจริต ลงพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังและป้องปรามการทุจริตในพื้นที่ ตามที่ได้รับแจ้งจากศูนย์ป้องปรามการทุจริต (CDC) ซึ่งปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ กรณี องค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาจร ใช้งบประมาณ 6.9 ล้านบาท ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 4.00 เมตร ยาว 1,450 เมตร หนา 0.15 เมตร พร้อมติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 32 ชุด ดำเนินการแล้วเสร็จเมื่อต้นปีงบประมาณ 2568 แต่ปรากฏว่าถนนหน้าล่อน และชำรุดเสียหาย โดยมีเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องของให้ข้อมูลรายละเอียด ขั้นตอน และกระบวนการในการดำเนินโครงการดังกล่าว ณ ห้องประชุมองค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาจร อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ และสถานที่ดำเนินการก่อสร้าง




จากการรับฟังข้อมูลเบื้องต้นจากเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ระบุว่า องค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาจรได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 งบเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ จำนวน 6,984,000.00 บาท ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก รหัสสายทาง ชม.ถ.165-008 ถนนสายบ้านแม่นาจรเหนือ – บ้านแม่สะงะ – บ้านแม่แฮเหนือ หมู่ที่ 15 บ้านแม่สะงะ ตำบลแม่นาจร กว้าง 4.00 เมตร ยาว 1,450.00 เมตร หนา 0.15 เมตร หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 5,800.00 ตารางเมตร พร้อมติดตั้งโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 32 ชุด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนเดินทางไปมาได้อย่างสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัย การคมนาคมขนส่งเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ลดปัญหาการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ดำเนินการจ้างก่อสร้างโดยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-bidding) ผู้รับจ้างได้แก่ ค้าร่วม ห้างหุ้นส่วนจำกัดกันยาเทรดดิ้ง (1993) และห้างหุ้นส่วนจำกัดเลิศวราก่อสร้าง ซึ่งได้ตกลงราคาทั้งสิ้น 6,969,000 บาท



สำหรับรายละเอียดงาน ประกอบด้วย
1. งานก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ขนาดผิวจราจรกว้าง 4.00 เมตร ยาว 1,450.00 เมตร หนา 0.15 เมตร หรือมีพื้นที่ไม่น้อยกว่า 5,800.00 ตารางเมตร เป็นเงิน 4,949,352 บาท
2. ติดตั้งชุดโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์ สินค้าบัญชีนวัตกรรมไทย จำนวน 32 ชุด ๆ ละ 63,114 บาท เป็นเงิน 2,019,648 บาท
ระยะเวลาดำเนินการก่อสร้าง 180 วัน ระหว่างวันที่ 10 เมษายน – 6 ตุลาคม 2568 โดยดำเนินการแล้วเสร็จและส่งมอบงานเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2568 รวมระยะเวลาดำเนินการ 129 วัน
ต่อมา องค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาจร ได้รับหนังสือจากที่ว่าการอำเภอแม่แจ่ม เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2569 เรื่อง ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี การก่อสร้างถนนคอนกรีตที่ไม่ได้มาตรฐาน และตรวจสอบโคมไฟถนนพลังงานแสงอาทิตย์แพงกว่าราคาท้องตลาด จึงได้รับทราบปัญหาและตรวจสอบความชำรุดดบกพร่อง และได้แจ้งให้แก่ผู้รับจ้างที่เป็นคู่สัญญาให้มาซ่อมแซมความชำรุดดังกล่าว เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 จากนั้นผู้รับจ้างได้เข้าดำเนินการแก้ไขปรับปรุงแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2569 ภายใต้ความรับผิดชอบตามระยะเวลาประกันผลงานที่กำหนดไว้ในสัญญา ซึ่งยังอยู่ในระยะเวลาประกันผลงาน 2 ปี



จากการตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง สถานที่ก่อสร้างดังกล่าวอยู่บนพื้นที่ภูเขาสูง ถนนแคบและคดเคี้ยว ตลอดเส้นทางเป็นถนนลูกรังสลับถนนคอนกรีตในบางช่วง อยู่ห่างจากองค์การบริหารส่วนตำบลแม่นาจร ประมาณ 16 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางเกือบ 1 ชั่วโมง คณะเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตรวจสอบสภาพถนนพบว่า เกิดการชำรุดเสียหายหลายจุด มีทั้งผิวหน้าถนนล่อน และแตกหักชำรุดเสียหาย และมีการดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขจากผู้รับจ้างโดยแก้รื้อพื้นผิวถนนออกและเทคอนกรีตใหม่ จำนวน 2 จุด โดยจุดที่ 1 มีระยะทางความเสียหายประมาณ 30 เมตร และจุดที่ 2 ประมาณ 10 เมตร ทั้งนี้ จากการให้ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ แจ้งว่า สาเหตุเบื้องต้นเกิดจากกระบวนการบ่มคอนกรีตที่อาจไม่ได้คุณภาพ ประกอบกับการก่อสร้างเป็นช่วงเวลาที่มีฝนตก อีกทั้งบริเวณที่เกิดความเสียหายมีลักษณะเป็นทางโค้งและมีความลาดชัน โดยถนนดังกล่าวมีการใช้งานเป็นประจำจากรถบรรทุกพืชผลทางการเกษตรที่มีน้ำหนักมาก สำหรับโคมไฟพลังงานแสงอาทิตย์สามารถใช้งานได้ปกติทั้ง 32 ชุด


สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงใหม่ ได้รับฟังข้อมูล ประเด็นปัญหา อุปสรรค และข้อเท็จจริงจากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องของหน่วยงาน พร้อมทั้งรวบรวมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบในการเฝ้าระวังการทุจริตตามหน้าที่และอำนาจของสำนักงาน ป.ป.ช. ตลอดจนข้อเสนอแนะหรือแนวทางในการปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มีความโปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนในพื้นที่ต่อไป
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน