
ชลบุรี-ส.ส.ระยอง ส่งโดรนบินสำรวจคลองลาวน เจอสร้างสะพานส่วนตัวยื่นกลางทะเล แถมตีป่าชายเลนราบ
จากกรณี นายเจริญ เมตตรา อายุ 70 ปี ประธานกลุ่มประมงเรือเล็ก บ้านคลองลาวน หาดแหลมแม่พิมพ์ ตำบลชากพง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เห็นความไม่ปกติจากการที่มีผู้เข้าไปทำประโยชน์ชายทะเลและทำร้านอาหารยื่นลงไปในทะเล ก่อนที่ชาวประมงจะถูกให้ย้ายจากจุดดังกล่าวออกไปอ้างว่าเป็นที่ส่วนบุคคล ซึ่งเคยทำมาหากินตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายาย จึงร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบผ่านสื่อมวลชนในพื้นที่ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุดอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สั่งให้หน่วยงานในพื้นที่เข้าตรวจสอบแล้วเช่นเดียวกับ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาจังหวัดระยอง ย้ำว่าหากทำผิดระเบียบการขออนุญาต ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมายทันทีโดย ไม่ปล่อยให้มีการละเมิดกฎหมายของกรมเจ้าท่าเด็ดขาด

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ผู้สื่อข่าว ได้เดินทางไปยังจุดเกิดเหตุอีกครั้ง เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 โดยนายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ส.ส.ระยอง เขต 3 ได้สั่งการให้ นายบุรี สำเร็จ ทีมงานเข้าพบกับนายเจริญ เมตตรา ประธานชมรมกลุ่มเรือเล็กอ่าวลาวน โดยทาง ส.ส. เขต 3 สั่งให้รับเรื่องราวร้องเรียนทั้งหมด เพื่อเข้าหารือและแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เพื่อหาทางออกและให้ชาวประมง ได้มีที่จอดเรือหากินตามวิถีชาวบ้าน

นอกจากนี้ ทีมงานยังได้นำโดนมาบินสำรวจลำคลอง ที่เป็นป่าชายเลนเป็นแนวยาว ถึงกับตะลึงเมื่อพบกับการปรับพื้นที่และทำให้ตลิ่งที่มีป่าโกงกางถูกปรับเปลี่ยนจนติดลำคลอง นอกจากนี้ยังพบการสร้างสะพานยื่นออกไปหน้าอ่าวยาวเป็นกิโล แต่ยังไม่ได้เปิดใช้งาน และมีการก่อสร้างบ้านพักหรูในอ่าว ดังกล่าวด้วย
ทั้งนี้ การการบินสำรวจของโดน จะบันทึกภาพเพื่อนำมาประกอบการตรวจสอบรายละเอียดตามที่ลุงเจริญ ร้องเรียนเพื่อหารือกับหน่วยงานราชการต่อไป
ด้านลุงเจริญ เมตตา ประธานชมรมประมงเรือเล็กเปิดเผยว่า ตนเองขอสู้จนวันตาย ทุกวันนี้ตนเองเป็นโรคมะเร็งลำไส้และขอสู้เป็นตัวอย่างกับชาวประมงให้เป็นตำนาน ในการต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ไว้ ซึ่งความเป็นอยู่ของชาวประมงเพื่อไม่ให้นายทุนเข้ามาครอบงำได้
สำหรับ บริเวณอ่าวดังกล่าว มีแหลมที่ยื่นออกไปนั้นขอยืนยันว่าเป็นที่ดินของราชการส่วนหนึ่งแต่เดิมมีศาลาสำหรับชาวประมงทำบุญร่วมกัน แต่ก็มาถูกหรือทิ้งแถมยังย้ายศาลหลวงพ่อหินดำออกไปด้วย สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวประมง ที่เข้ามากราบไหว้บูชาเป็นอย่างมาก
ก่อนหน้านั้น ทางตนเองได้ยื่นร้องต่อศาลจังหวัดระยอง ให้เพิกถอนเนื่องจากไม่มีทางเดินเข้าไปทำกิน เพราะมีการอ้างสิทธิ์การใช้ที่ดินและนำป้ายมาปิดห้ามเข้าในแหลมดังกล่าว ตนเองและกลุ่มประมง จึงยื่นร้องต่อศาลแล้วศาลมีคำสั่งให้เข้าไปทำกินได้ เพราะเป็นที่สาธารณะประโยชน์ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปเนื่องจากมีที่ส่วนหนึ่งที่เป็นที่ส่วนบุคคล เขาจึงเอาป้ายมาปิดขวางทางไว้ทางเราจึงไม่สามารถเข้าไปใช้ประโยชน์ได้ จึงอยากให้กระทรวงมหาดไทย ที่กำกับดูแลสำนักงานที่ดินลงมาช่วยจัดการปักแนวเขตที่ดินให้ชัดเจนด้วย เพื่อให้ชาวประมง ได้มีที่อยู่อาศัย
ชีวิตของตนเองมีเหลือน้อยแล้วขอสู้เพื่อชาวประมงอ่าวลาวน ให้ลูกหลานได้มีที่อยู่กัน หากตนเองตายไปจะได้ตายตาหลับ
เรือของตนเองที่เคยจอดไว้หัวหาดก็หายไปแล้ว ไม่กล้าเข้าไปดูเคยเข้าไปแล้วโดนฟ้องบุกรุกแต่ศาลก็ยกฟ้อง มารอบนี้ตนเองออกมาสู้เพียงลำพังแบบไม่เกรงกลัวใครและก็ไม่มีผลประโยชน์อะไรแอบแฝง อยากให้ทุกคนที่ทำการประมงในน่านน้ำนี้ ได้มีที่หลบภัยทางธรรมชาติเพราะจุดดังกล่าว เป็นที่หลบมรสุมขอขอบคุณสื่อมวลชนที่ช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ ในครั้งนี้
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน