ชลบุรี-ยายร้องขอความเป็นธรรม!!! ถูกภาครัฐรังแกอยู่ดีๆ โดนออกโฉนดทับที่อยู่มา 50 ปี

เมื่อเวลา 10.00 น ของวันที่ 18 กรกฎาคม 2568 ผู้สื่อข่าวประจำพื้นที่ จังหวัดระยอง รายงานว่า นางสัมฤทธิ์ ไหมน้ำคำ อายุ 65 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86 หมู่ 3 ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ด้านหลังอนุสาวรีย์สุนทรภู่ แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของอำเภอแกลง ยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ นายบุริ สำเร็จ ผู้ช่วย ส.ส.เขต 3 จังหวัดระยอง ภายหลังที่ นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ ส.สเขต 3 จังหวัดระยอง สั่งการให้ นายบุริ สำเร็จ ผู้ช่วย ส.ส.เขต 3 พร้อมทีมงานไปพบกับนางสัมฤทธิ์ เพื่อรับเรื่องราวร้องทุกข์ข้างต้น ที่บ้านเลขที่ ดังกล่าว
โดยนางสัมฤทธิ์ ได้นำเอกสารเป็นสัญญาซื้อขายที่ดินแปลงดังกล่าว เนื้อที่ 1 ไร่ 2 งาน จากชาวบ้านที่เคยอาศัยอยู่ด้วยกัน โดยมีสัญญาซื้อขายเป็นหลักฐานพร้อมกับมีลายเซ็นต์ของอดีตกำนัน โดยทำขึ้นที่ทำการกำนันตำบลสุนทรภู่สมัยก่อน ปัจจุบันกำนันคนดังกล่าว ได้เสียชีวิตไปแล้ว โดยตนเองได้ถือสัญญาซื้อขายที่ดินดังกล่าว โดยเจ้าของที่ระบุว่าที่ดินตรงนี้เป็นที่ดินหัวไร่ปลายนา ที่ยังไม่มีเอกสารมีแต่สัญญาซื้อขาย ปกติตนได้อาศัยอยู่มากว่า 50 ปี โดยการทำนาหาเลี้ยงครอบครัวกับพ่อแม่ ไม่เคยมีชาวบ้านทราบข่าวในเรื่องดังกล่าวว่า มีนายทุนมาออกโฉนดที่ดินข้างเคียง ตนเองจึงไปติดต่อที่สำนักงานที่ดินจังหวัดระยอง เพื่อจะขอออกโฉนดบ้าง แต่กลับไม่ได้รับคำตอบเรื่องของการขอออกโฉนด
ซึ่งต่อมาทราบอีกทีว่า ที่ดินของตนเองที่เคยอาศัยอยู่ 50 ปี และมีสัญญาซื้อขายนั้นถูกออกโฉนดที่ดินทับซ้อนจากรีสอร์ทแห่งหนึ่ง ซึ่งตนเองรู้สึกตกใจและเสียใจมากโดยชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณข้างเคียงของตนเองนั้น มาให้กำลังใจตนเองและพร้อมจะเป็นพยานในชั้นศาลเพราะตัวเองนั้นอาศัยอยู่มา 50 ปีและมีสัญญาซื้อขายไม่ทราบมาก่อนว่า มีการมาออกโฉนดทับซ้อน
เมื่อตนเองสงสัย จึงให้ทางคณะ ส.ส.ไปตรวจสอบที่ดินและคัดระวางแล้วปรากฏว่า ที่ตนเองนั้นถูกออกโฉนดทับไปเมื่อปี 2541 ซึ่งตนเองได้ซื้อต่อจากเจ้าของที่เดิม 20 ปีแล้ว ต่อมามีการออกโฉนดมาทับที่ ตนเองก็ไม่รู้ได้ทำมาหากินจนสร้างบ้านอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งปู่ย่าตายายและพี่น้องอยู่กันหลายครอบครัว ทราบเรื่องดังกล่าวรู้สึกเสียใจมาก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาหาทางแก้ไขในเรื่องดังกล่าวด้วยตนเองอยากให้สำนักงานที่ดินตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินของตนเองที่ยื่นขอไว้ก่อนที่นายทุนจะมาออกทับซ้อน ซึ่งตนเองได้ยื่นไปก่อนหน้านี้แล้วแต่ไม่ได้รับการออกโฉนดที่ดิน แต่นายทุน มายื่นกลับได้ออกโฉนดที่ดินทับที่ของตนเอง ซึ่งตนเองนั้นยืนยันว่าไปซื้อที่ดินมาถูกต้องพร้อมมอบเอกสารทั้งหมดให้กับผู้ช่วย ส.ส. เพื่อหาทางแก้ไขในเรื่องนี้และฝากไปยังสื่อมวลชนช่วยเป็นกระบอกเสียงให้ชาวบ้าน ได้พบกับทางสว่างด้วย
เพื่อนบ้านรายหนึ่งยังเปิดเผยอีกว่า พร้อมจะเป็นพยานให้ เนื่องจากอยู่ด้วยกันมาและทำนาทำไร่อยู่มากว่า 50 ปีแล้ว จู่ๆ มาโดนยึดที่ถือว่าไม่เป็นธรรมต่อชาวบ้าน ที่ชาวบ้านเดินทางมาครั้งนี้ เพื่อเป็นกำลังใจให้กับเพื่อนบ้านต่อสู้กับความยุติธรรมเพื่อให้มีที่อยู่อาศัยอยากฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาดูแลชาวบ้านด้วย ขณะนี้ชาวบ้านเดือดร้อนมากเรื่องที่อยู่อาศัยถูกออกโฉนดทับซ้อน โดยชาวบ้านบอกว่าก่อนที่ดินจะออกเป็นโฉนดนั้นจะต้องมารังวัด แต่ทางชาวบ้านไม่ทราบเรื่องรังวัดแม้แต่เจ้าของบ้านก็ไม่รู้แม้แต่นิดเดียว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าบ้านของนางสัมฤทธิ์ นั้นแต่เดิมเป็นกระต๊อบเพื่อเอาไว้สำหรับทำนาต่อมานางสัมฤทธิ์ ค่อยๆ สร้างขึ้นจนใหญ่โตเพื่ออยู่อาศัยในครอบครัวมี แม่ปู่ ย่า ตา ยาย โดยไม่คิดว่านายทุนจะมาออกโฉนดทับพื้นที่ ภายหลังนางสัมฤทธิ์ อยากจะออกโฉนดพื้นที่ตนเอง จึงไปติดต่อที่ดิน แต่กลับพบกับความผิดหวัง
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน