
เชียงใหม่-ถกบริหารน้ำคลองแม่แตงได้ข้อสรุป บริหารตามปริมาณน้ำที่ผ่านฝายแม่แตง พื้นที่เกษตรได้มากสุด 48 ล้าน ลบ.ม. ส่งให้ทุกกิจกรรมเกษตร ยกเว้นข้าวนาปรัง เริ่มส่งวันแรก 20 ธ.ค. 68 หากงานซ่อมแซมคลองสายใหญ่ช่วงต้นคลองเสร็จเร็วจัดส่งน้ำให้ก่อน




เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 นายอำนาจ อินทร์วงศ์แก้ว ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแม่แตง พร้อมด้วย นายเชษฐพงศ์ นันทิทรรภ หัวหน้าฝ่ายจัดสรรน้ำและปรับปรุงระบบชลประทาน , นายสิรภพ แท่นมณี หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม , นายธนัญชัยวุฒิ บุรีแก้ว หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 1 , นายปริญญา ศรียาบ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 2 , นายสุทธิศักดิ์ อยู่สำราญ หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 3 , นายยุทธพงค์ บุญมาทัน หัวหน้าฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษาที่ 4 , นายสุรศักดิ์ ตาคำ หัวหน้าฝ่ายช่างกล , นายอนุพงศ์ สุจา นายช่างชลประทานปฏิบัติงาน และเจ้าหน้าที่โครงการฯ จัดการประชุมวางแผนจัดสรรน้ำสำหรับการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง ปี 2568/69 โดยมีหน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานเอกชน สมาชิกเกษตรกรผู้ใช้น้ำชลประทานเข้าร่วมประชุม



ที่ประชุมได้มีชี้แจงสถานการณ์น้ำในปัจจุบัน สร้างการรับรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำ วางแผนการจัดการน้ำพืชฤดูแล้ง พร้อมร่วมรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ณ ห้องประชุมวารีกุญชร เชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ตำบลหนองควาย อำเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่


ทั้งนี้ได้มีการสรุปความต้องการน้ำช่วง ฤดูแล้งราว 55.84 ล้าน ลบ.ม. แยกตามกิจกรรมต่างๆ ประกอบด้วย น้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค 6.55 ล้าน ลบ.ม. น้ำเพื่อการเกษตร 47.94 ล้าน ลบ.ม. และน้ำเพื่อการรักษาระบบนิเวศและอื่นๆ อีก 1.34 ล้าน ลบ.ม. ในส่วนของน้ำเพื่อการเกษตรเป็นการสนับสนุนพื้นที่เกษตรตามแผน จำนวน 30,342 ไร่ แบ่งเป็น พืชไร่ 1,988 ไร่ ไม้ผล 27,628 ไร่ และบ่อปลา 726 ไร่ ซึ่งแผนการใช้น้ำจะไม่มีการสนับสนุนให้แก่การเพาะปลูกนาข้าว เนื่องจากน้ำต้นทุนจากฝายแม่แตงอาจเกิดสถานการณ์น้ำแล้งได้


ส่วนแผนบริหารจัดการน้ำของ คบ.แม่แตง บริหารโดยเทียบความต้องการใช้น้ำช่วงแต่ละเดือน เทียบกับสถิติน้ำปีก่อนหน้าที่ผ่านมา โดยเลือกจากปี 2558/2559 กรณีน้ำน้อย ปี 2562/2563 กรณีน้ำน้อยมาก และปีที่ผ่านมา 2567/2568 เบื้องต้นกำหนดเริ่มส่งน้ำในวันที่ 20 ธ.ค. 2568 เนื่องจากมีงานซ่อมแซมคลองส่งน้ำสายใหญ่ช่วงต้นคลอง หากดำเนินการเสร็จก่อนจะเปิดส่งให้ก่อน
สำหรับการส่งน้ำในแต่ละรอบเวร จะพิจราณาจากปริมาณน้ำที่ผ่านฝายแม่แตง หากปริมาณน้ำมากกว่า 8 ลบ.ม.ต่อวินาที จะส่งน้ำและควบคุมน้ำตามที่ต้องการของเเต่ละฝ่ายส่งน้ำและบำรุงรักษา (สบ.) โดยปริมาณน้ำที่จะส่งอยู่ระหว่าง 8 – 5 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยจะส่งน้ำและให้ใช้น้ำร่วมกัน ระหว่าง สบ.1 และ สบ.2 จำนวน 7 วัน และส่งน้ำและให้ใช้ร่วมระหว่าง สบ.3 กับ สบ.4 จำนวน 8 วัน หากปริมาณน้ำที่ผ่านฝายแม่แตงมีน้อยกว่า 5 ลบ.ม.ต่อวินาที โดยจะส่งให้พื้นที่ สบ.1 จำนวน 5 วัน สบ.2 จำนวน 4 วัน สบ.3 จำนวน 6 วัน และ สบ.4 จำนวน 6 วัน ไล่เรียงกันไปตามพื้้นที่ต้นคลองถึงปลายคลอง สำหรับการให้ความช่วยเหลือในช่วงฤดูแล้งสำนักงานชลประทานที่ 1 ได้อนุมัติเครื่องสูบน้ำเพื่อใช้ในช่วงแล้ง จำนวน 20 เครื่อง
ส่วนสถานการณ์น้ำฝนและน้ำท่าสะสม จากวันที่ 1 ม.ค. 2568 จนถึงวันที่ 14 พ.ย. 2568 ปริมาณน้ำฝนสะสมที่สถานนีฝายแม่แตง มีอยู่ราว 1,908 มม. เทียบค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาเดียวกันอยู่ที่ 1,287 มม. คิดเป็น 148% ของค่าเฉลี่ย ส่วนปริมาณน้ำท่าสะสมที่ฝายแม่แตง มีอยู่ราว 1,088 ล้าน ลบ.ม. เทียบค่าเฉลี่ยในช่วงเวลาเดียวกันอยู่ที่ 551 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 183% ของค่าเฉลี่ย จะเห็นได้ว่าปริมาณน้ำท่าผ่านฝายแม่แตงมีปริมาณค่อนข้างมาก ดูจากกราฟสถิติแล้วพบว่า ปริมาณน้ำมากกว่าปี 2567
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน