
เชียงใหม่-รวบนอมินีจีน เปิดโรงแรมกลางเมืองเชียงใหม่โดยไม่ได้รับอนุญาต ใช้วิธีจองพักผ่านแอพ ชำระค่าบริการผ่าน QR Code เข้าบัญชีชาวจีนโดยตรง วันเข้าตรวจคนเข้าพักเต็มทั้ง 18 ห้อง ส่งตัวนอมินีพร้อมหลักฐานดำเนินคดี



เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา นายวรุตม์ วิศิษฏ์ศิลป์ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายณัฐกร ชุ่มอินทรจักร์ ปลัดอำเภอหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง นายธนไชย สอนอินทร์ ปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง พร้อมด้วย สมาชิก อส.อ.เมืองเชียงใหม่ บูรณาการร่วมกับ กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว2 , สำนักงานพาณิชย์จังหวัดเชียงใหม่ , สำนักงานสรรพากรพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง และเข้าตรวจค้นสถานที่ตามหมายค้น หลังได้รับแจ้งว่ามีกลุ่มชาวจีนจดทะเบียนนิติบุคคล ร่วมกันเปิดให้บริการธุรกิจที่พักรายวัน(โรงแรม)โดยไม่ได้รับอนุญาต ในพื้นที่อำเภอเมืองเชียงใหม่ ชื่อ โรงแรม เยลโล่ฯ ตั้งอยู่หมู่ที่ 2 ตำบลช้างเผือก อำเภอเมืองเชียงใหม่



ผลการตรวจสอบพบว่า โรงแรม ดังกล่าวได้มีการเช่าช่วงจากเจ้าของอาคารโดยนิติบุคคล บริษัทจำกัดรายหนึ่ง ภายหลังสืบทราบว่านิติบุคคลดังกล่าวมีนายทุนจีนเป็นผู้ลงทุน โดยให้คนไทยเป็นผู้ดำเนินการแทน และมีการโอนเงินเข้าบัญชีนายทุนจีน โดยไม่ได้ผ่านบริษัทแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงหมายค้นให้กับผู้ประกอบการให้รับทราบ และตรวจค้นภายในสถานที่ พบว่า มีการเปิดให้บริการที่พักรายวัน จำนวน 18 ห้อง ซึ่งในวันและเวลาที่เข้าตรวจค้นพบผู้ใช้บริการเต็มทุกห้อง พร้อมด้วยหลักฐานการเข้าพัก อาทิ ป้ายราคา บัญชีผู้เข้าพัก ฯลฯ
จากนั้นได้เชิญนิติบุคคลดังกล่าวมาสอบถามข้อเท็จจริง ซึ่งให้การยอมรับว่า บริษัทตนได้ประกอบธุรกิจที่พักรายวันโดยไม่ได้รับอนุญาตจริง โดยมีการจ้างคนไทยในอัตราค่าจ้าง เดือนละ 30,000 บาท ให้จดทะเบียนบริษัทและดำเนินกิจการ โดยผู้เข้าพักจะต้องชำระค่าบริการผ่าน QR Code ซึ่งเป็นเลขบัญชีธนาคารของชาวจีนโดยตรง และมีการจองผ่านแอพพลิเคชั่นตามช่องทางสื่อออนไลน์ต่างๆ และเมื่อเจ้าหน้าที่สอบถามถึงใบอนุญาต ผู้ประกอบการไม่สามารถแสดงใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้ พร้อมทั้งตรวจสอบในระบบแล้ว ไม่พบว่ามีการขออนุญาตแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงทำการจับกุมพร้อมแจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้เกี่ยวข้องฐาน “ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่รับอนุญาต” และรวบรวมพยานหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน