สังคม » ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ชมนวัตกรรมจัดการภัยพิบัติ มช. ชูระบบ One Data ยกระดับเตือนภัย–ขณะที่เทศบาลเตรียม MOU ร่วมมือทางวิชาการ สร้างการมีส่วนร่วมสู่ประชาชน

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ชมนวัตกรรมจัดการภัยพิบัติ มช. ชูระบบ One Data ยกระดับเตือนภัย–ขณะที่เทศบาลเตรียม MOU ร่วมมือทางวิชาการ สร้างการมีส่วนร่วมสู่ประชาชน

11 มีนาคม 2026
35   0

Social Share

ผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ชมนวัตกรรมจัดการภัยพิบัติ มช. ชูระบบ One Data ยกระดับเตือนภัย–ขณะที่เทศบาลเตรียม MOU ร่วมมือทางวิชาการ สร้างการมีส่วนร่วมสู่ประชาชน

เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์บริหารจัดการเมืองเพื่อความยั่งยืน (Sustainable Campus Management Center : SCMC) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยนายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายวัฒนา สาคร ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งนางสาวกานต์ชนก ประกาศวุฒิสาร รองนายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ และนายณภัทร ประเสริฐดี ผู้อำนวยการสำนักช่าง เทศบาลนครเชียงใหม่ เข้าร่วมรับฟังการนำเสนอนวัตกรรมด้านการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม โดยมี ศาสตราจารย์ ดร.นายแพทย์พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ให้การต้อนรับ

ทั้งนี้ ทีมวิจัยนำโดย ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ภาสกร แช่มประเสริฐ รองผู้อำนวยการศูนย์บริหารจัดการเมืองเพื่อความยั่งยืน พร้อมด้วยคณะนักวิจัยจากกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีที่เหมาะสมเพื่อพลังงานและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน *OASYS Research Group (Optimization theory and Applications for -SYStems) มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้ร่วมให้ข้อมูลและนำเสนอนวัตกรรมด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติในหลายมิติ ทั้งแผ่นดินไหว ดินถล่ม อุทกภัย และสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 รวมถึงนวัตกรรม “มุ้งสู้ฝุ่น” เพื่อช่วยลดผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชนในช่วงวิกฤตฝุ่นควัน

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอแนวคิดการบริหารจัดการข้อมูลแบบ One Data ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลกลางที่เชื่อมโยงข้อมูลจากหลายหน่วยงานเข้าด้วยกัน เพื่อให้ข้อมูลมีความถูกต้อง เป็นปัจจุบัน และสามารถนำไปใช้ในการวิเคราะห์สถานการณ์ การแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า ตลอดจนการสื่อสารข้อมูลให้กับประชาชนได้อย่างเป็นระบบ

ขณะเดียวกัน เทศบาลนครเชียงใหม่มีแผนลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ระหว่างเทศบาลนครเชียงใหม่กับกลุ่มวิจัย OASYS Research Group เพื่อร่วมกันพัฒนาและสร้างสรรค์องค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาระบบข้อมูลและช่องทางการสื่อสารสาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้มากขึ้น และนำไปสู่การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการเฝ้าระวังและรับมือกับภัยพิบัติในพื้นที่

ด้าน ผู้ช่วยศาสตราจารย์อลิชา ตรีโรจนานนท์ อาจารย์คณะการสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ หนึ่งในทีมวิจัย OASYS ด้านการสื่อสาร เสนอว่า จังหวัดเชียงใหม่อาจจำเป็นต้องมี Data Center ระดับจังหวัด เนื่องจากปัจจุบันมีข้อมูลอยู่แล้วในหลายหน่วยงาน แต่สิ่งที่สำคัญคือการพัฒนา Information Center หรือศูนย์กลางการสื่อสารข้อมูล เพื่อแปลงข้อมูลจำนวนมากให้เป็นสารสนเทศที่เข้าใจง่าย และสามารถสื่อสารความเสี่ยงไปถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที

ขณะที่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า รู้สึกทึ่งกับข้อมูลและเทคโนโลยีที่ได้รับชม พร้อมชื่นชมระบบฐานข้อมูลของ SCMC ซึ่งสอดคล้องกับหลักการบริหารจัดการสมัยใหม่ที่ต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด

ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวเพิ่มเติมว่า จังหวัดมีความต้องการพัฒนาระบบการเก็บข้อมูลด้านภัยพิบัติ รวมถึงข้อมูลอุบัติเหตุในพื้นที่ โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาสนับสนุนการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรับมือสถานการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะการสื่อสารความเสี่ยงให้ประชาชนรับทราบอย่างทันท่วงที ทั้งก่อนเกิดภัย ระหว่างเกิดภัย และหลังเกิดภัย เช่น การแจ้งเตือนอุทกภัยล่วงหน้า การติดตามระดับน้ำท่วม การอพยพประชาชน และการกำหนดพื้นที่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังเห็นว่าเทคโนโลยีสามารถช่วยสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ภาคสนามได้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การติดตามตำแหน่งเจ้าหน้าที่หรืออาสาสมัครที่เข้าปฏิบัติภารกิจดับไฟป่า เพื่อให้ศูนย์บัญชาการสามารถประเมินสถานการณ์และให้ความช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากหลายครั้งเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปปฏิบัติงานในพื้นที่ห่างไกลและอาจขาดการติดต่อ

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ได้มอบหมายให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดเชียงใหม่ และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ นำแนวคิดและเทคโนโลยีดังกล่าวไปศึกษาและวางแผนการดำเนินงาน เพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการภัยพิบัติของจังหวัดให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นต่อไป.

 

ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน