หน้าแรก » เชียงใหม่-กระเทียมตากแห้งราคาพุ่ง 4 เท่า! เกษตรไชยปราการบริหารจัดการกระเทียมครบวงจร

เชียงใหม่-กระเทียมตากแห้งราคาพุ่ง 4 เท่า! เกษตรไชยปราการบริหารจัดการกระเทียมครบวงจร

10 เมษายน 2026
69   0

Social Share

เชียงใหม่-กระเทียมตากแห้งราคาพุ่ง 4 เท่า! เกษตรไชยปราการบริหารจัดการกระเทียมครบวงจร

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. นายเสน่ห์ แสงคำ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ เดินทางลงพื้นที่อำเภอไชยปราการ เพื่อติดตามสถานการณ์การผลิตกระเทียม โดยมี นางพัชรา อุ่นคำ เกษตรอำเภอไชยปราการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตรอำเภอ และเกษตรกรในพื้นที่ร่วมให้ข้อมูลผลการดำเนินงาน อำเภอไชยปราการ ถือเป็นแหล่งปลูกพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากมีสภาพภูมิประเทศและอากาศหนาวเย็นตลอดปี เหมาะแก่การปลูกพืชหลากหลายชนิด อาทิ ลำไย มะม่วง ลิ้นจี่ หอมแดง หอมหัวใหญ่ และโดยเฉพาะ “กระเทียม” ซึ่งในปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกรวมกว่า 1,070 ไร่ เกษตรกร 85 ราย

การลงพื้นที่ครั้งนี้ เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ได้ติดตามสถานการณ์การผลิตกระเทียมของ นางกัลยา ใจภา เกษตรกรตัวอย่างที่ปลูกกระเทียมพันธุ์พื้นเมืองบนพื้นที่ 7 ไร่ ซึ่งเป็นแบบอย่างความสำเร็จในการจัดการผลผลิตอย่างเป็นระบบ โดยเกษตรกรต้นแบบให้ข้อมูลว่า เริ่มเพาะปลูกตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน และเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา การบริหารจัดการเพื่อความยั่งยืนของเกษตรกรรายนี้ ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก คือ

📌 การชะลอขายเพื่อเพิ่มมูลค่า: แทนการขายกระเทียมสดหน้าสวนซึ่งปีนี้มีราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 12 บาท นางกัลยาเลือกนำกระเทียมมาตากแห้งเพื่อรอจำหน่ายในช่วงที่ราคาขยับสูงขึ้น ซึ่งปัจจุบันราคากระเทียมแห้งสูงถึงกิโลกรัมละ 45 บาท หรือต่างกันถึง 4 เท่าตัว

📌 การลดต้นทุนด้วยปุ๋ยพืชสด: มีการปลูกปอเทืองเพื่อบำรุงดินในช่วงพักแปลง ทดแทนการใช้ปุ๋ยยูเรียในรอบการปลูก

📌 การสร้างรายได้เสริมและการแปรรูป: ในระหว่างรอกระเทียมแห้ง จะใช้แปลงเดิมปลูกผักหมุนเวียนอีก 2 รอบเพื่อสร้างรายได้ต่อเนื่อง ส่วนกระเทียมที่มีขนาดเล็กหรือไม่ตรงตามความต้องการตลาด ก็นำไปแปรรูปเป็นกระเทียมดองเพื่อเพิ่มมูลค่า

เกษตรจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า “นี่คือตัวอย่างของการวางแผนการผลิตแบบครบวงจร เกษตรกรไม่ได้พึ่งพาเพียงการขายผลผลิตสดเพียงอย่างเดียว แต่รู้จักการบริหารจัดการเวลาเพื่อรอราคาที่เหมาะสม การลดต้นทุนการผลิตด้วยการปรับปรุงดิน และการแปรรูปเพื่อปิดช่องว่างทางการตลาด ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญในการลดความเสี่ยงในอาชีพเกษตรกรรมและสร้างรายได้ที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง”

 

ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน