สังคม » เชียงใหม่-โครงการ “ชาวช้างช่วยดับไฟป่า ปีที่ 2” ผนึกกำลังภาครัฐ – เอกชน เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่า อำเภอแม่แตง

เชียงใหม่-โครงการ “ชาวช้างช่วยดับไฟป่า ปีที่ 2” ผนึกกำลังภาครัฐ – เอกชน เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่า อำเภอแม่แตง

10 มีนาคม 2026
46   0

Social Share

เชียงใหม่-โครงการ “ชาวช้างช่วยดับไฟป่า ปีที่ 2” ผนึกกำลังภาครัฐ – เอกชน เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่า อำเภอแม่แตง

วันที่ 10 มีนาคม 2569 เวลา 09.00 น. นายจักรพันธุ์ ทองอ่ำ นายอำเภอแม่แตง ร่วมงาน โครงการ “ชาวช้างช่วยดับไฟป่า ปีที่ 2” ผนึกกำลังภาครัฐ – เอกชน เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงเกิดไฟป่า อำเภอแม่แตง พร้อมกล่าวต้อนรับ โดยมี นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดพิธีโครงการฯ พร้อมด้วยนายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ ผู้บริหารปางช้างเอเลเฟ่นท์ เรสคิว พาร์ค ภาคีเครือข่ายชาวช้าง ผู้นำชุมชน และประชาชน เข้าร่วมงาน ณ สวนป่าบ้านปางไม้แดง ต.บ้านช้าง อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่

โครงการ “ชาวช้างช่วยดับไฟป่า” มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายต่อผืนป่า ชุมชน และช้าง ที่ต้องพึ่งพาทรัพยากรธรรมชาติในการดำรงชีวิต โดยเกิดจากความร่วมมือของผู้ประกอบการปางช้างในพื้นที่อำเภอแม่แตง ซึ่งเป็นพื้นที่เลี้ยงช้างและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังจากประสบปัญหาไฟป่าในพื้นที่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563 ผู้ประกอบการจึงร่วมกันจัดทำแนวกันไฟและดำเนินกิจกรรมป้องกันไฟป่านี้ขึ้นมา

นอกจากนี้ ไฟป่ายังเป็นสาเหตุสำคัญของปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนและสัตว์ในพื้นที่ จึงเกิดความร่วมมือของเครือข่ายปางช้างหลายแห่ง ได้แก่ ปางเอเลเฟ่นท์ เรนคิว พาร์ค ปางช้างแลนด์ ปางไร่อ้อมกอด ปางบ้านช้างตระกูลแสน ปางดูช้างดูดอย และปางสมาร์ท เอเลเฟ่นท์ แฟมิลี่ ร่วมกันจัดกิจกรรม “ชาวช้างช่วยดับไฟป่า” เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและลดปัญหาไฟป่า

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวเป็นการดำเนินงานแบบกิจกรรมจิตอาสา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ ผู้นำชุมชน มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และประชาชนในพื้นที่ โดยไม่มีการเรี่ยไรเงินบริจาค เพื่อร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืนต่อไป

 

ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน