
เชียงใหม่-รมช.นเรศ ลงพื้นที่แม่วาง Kick Off ปล่อยคาราวานรถ 12 คัน ปล่อยคาราวาน 12 คันบุก 56 จังหวัด เร่งระบายผลผลิต 2.5 หมื่นตัน ช่วยชาวสวนพ้นวิกฤตราคา หวั่นปุ๋ยแพงซ้ำช่วงภาวะสงคราม เชื่อมั่นรอยต่อ ครม.ไม่สะดุดเรื่องช่วยเกษตรกร


วันที่ 7 มี.ค. 69 นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานในพิธีปล่อยคาราวานหอมหัวใหญ่ กิจกรรมกระจายผลผลิตหอมหัวใหญ่ออกนอกแหล่งผลิต ภายใต้แคมเปญ “รักนะจึงให้หอม (หอมหัวใหญ่) เชียงใหม่เน้อจ้าว” จำนวน 12 คัน สู่ตลาดปลายทางทั่วประเทศ กระจายผลผลิตหอมหัวใหญ่คุณภาพดีจากแหล่งผลิตสู่ผู้บริโภคอย่างทั่วถึง บรรเทาปัญหาผลผลิตล้นตลาด สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของสมาชิกสหกรณ์และเกษตรกรผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ ณ สหกรณ์การเกษตรห้วยมะนาว จำกัด ตำบลดอนเปา อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมี นายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ว่าที่ร้อยตรีวิทยา โปทาศรี นายอำเภอแม่วาง พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกรมส่งเสริมสหกรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ ขบวนการสหกรณ์ และเกษตรกรในพื้นที่อำเภอแม่วาง และสันป่าตอง เข้าร่วม
ทั้งนี้ จังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นแหล่งเพาะปลูกหอมหัวใหญ่ที่สำคัญของประเทศ โดยในปีการผลิต 2568/69 มีพื้นที่ปลูกรวม 5,150 ไร่ มีเกษตรกรผู้ปลูก 1,331 ครัวเรือน และคาดการณ์ผลผลิตรวมกว่า 25,163 ตัน เฉพาะในพื้นที่อำเภอแม่วาง มีพื้นที่เพาะปลูก 1,900 ไร่ คาดการณ์ผลผลิตประมาณ 9,500 ตัน โดยผลผลิตหอมหัวใหญ่ได้เริ่มทยอยออกสู่ตลาดในช่วงเดือนกุมภาพันธ์เป็นต้นมา



โอกาสนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายและกล่าวเปิดงานกระจายผลผลิตหอมหัวใหญ่ออกนอกแหล่งผลิต ผ่านขบวนการสหกรณ์รวมทั้งสิ้น 50 ตัน เป็นมูลค่า 872,450 บาท พร้อมเยี่ยมชมนิทรรศการนโยบาย CPD DRIVE และชิมเมนูอาหารจากหอมหัวใหญ่และสินค้าสหกรณ์
นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มุ่งเน้นการยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพ ปลอดภัย และได้มาตรฐาน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการตลาด ควบคู่ไปกับการดำเนินมาตรการเชิงรุกในการบริหารจัดการสินค้าเกษตร เราได้ตั้งศักยภาพและใช้กลไกของ “ขบวนการสหกรณ์” มาเป็นเครื่องมือสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายดังกล่าว ซึ่งหอมหัวใหญ่ที่เป็นสินค้าเกษตรสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ เพราะปลูกในพื้นที่อำเภอแม่วาง อำเภอสันป่าตอง อำเภอฝางและอำเภอพร้าว เป็นแหล่งรายได้หลักของเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ แต่ในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวปีการผลิต 2568/2569 นี้ คาดว่าจะมีผลผลิตหอมหัวใหญ่ออกสู่ตลาดมากถึง 25,000 ตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่สูงและเกินกว่าความต้องการของตลาดภายในพื้นที่ ทำให้พี่น้องเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ผู้ปลูกหอมหัวใหญ่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านราคาและผลกระทบต่อรายได้โดยตรง
“กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พร้อมที่จะเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิด การจัดกิจกรรมในวันนี้เพื่อส่งเสริมการกระจายผลผลิตหอมหัวใหญ่ออกนอกแหล่งผลิต จึงถือเป็นการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีเป้าหมายในการกระจายหอมหัวใหญ่ผ่านเครือข่ายสหกรณ์ หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และ Modern Trade ปริมาณไม่น้อยกว่า 2,000 ตัน ซึ่งจะช่วยลดภาวะผลผลิตล้นตลาด และช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม และสะท้อนให้เห็นถึง “ศักยภาพของระบบสหกรณ์” ในการบริหารจัดการด้านการตลาด และการช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้อย่างแท้จริง”
ในช่วงเกิดภาวะสงครามของตะวันออกกลาง เกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อราคาปุ๋ยทางการเกษตรที่จะมีราคาสูงขึ้นนั้น ก่อนหน้าที่จะมีภาวะสงคราม ท่านร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบนโยบายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไว้ก่อนแล้ว ก็ใช้กลไกกระบวนการเข้าไปช่วยเหลือเกษตรกรในเรื่องของปุ๋ยและด้านต่างๆ

สำหรับรอยต่อระหว่าง ครม.ชุดเก่า และชุดใหม่ นั้น การทำงานนั้นท่าน ธรรมนัส ก็ได้มอบนโยบายไว้แล้ว ก็ทำงานกันจนกว่าจะหมดวาระตามกรอบของกฎหมาย และข้าราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว เชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบ เพื่อพี่น้องเกษตรกรนั้นตามกรมต่างๆ ก็ดำเนินการอยู่แล้ว
ด้านนายนิรันดร์ มูลธิดา อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดงานในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์ ส่งเสริม และพัฒนาหอมหัวใหญ่จังหวัดเชียงใหม่ให้เป็นสินค้าเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่นเป็นที่รู้จัก และเพื่อกระจายผลผลิตหอมหัวใหญ่คุณภาพออกนอกแหล่งผลิตผ่านขบวนการสหกรณ์ ลดปัญหาผลผลิตกระจุกตัว และที่สำคัญเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรสมาชิกสหกรณ์ให้สามารถจำหน่ายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม โดยได้รวบรวมการกระจายผลผลิตผ่านสำนักงานสหกรณ์จังหวัดและขบวนการสหกรณ์ ไปยังพื้นที่นอกเขตจังหวัดเชียงใหม่ จำนวน 56 จังหวัด ทั่วภูมิภาคของประเทศ แล้วกว่า 502 ตัน
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน