หน้าแรก » แพร่-สายเขียวเดือด! หลังจนท.ฯ รวบ 3 พรานป่าพร้อมอาวุธปืน ตัวนิ่มและซากสัตว์ป่าฯ คามือ

แพร่-สายเขียวเดือด! หลังจนท.ฯ รวบ 3 พรานป่าพร้อมอาวุธปืน ตัวนิ่มและซากสัตว์ป่าฯ คามือ

6 เมษายน 2026
69   0

Social Share

แพร่-สายเขียวเดือด! หลังจนท.ฯ รวบ 3 พรานป่าพร้อมอาวุธปืน ตัวนิ่มและซากสัตว์ป่าฯ คามือ

เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2569 นายประวิทย์ ใจคำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย กล่าวว่า ตามที่เวลา 18.45 น.วันที่ 5 เมษายน 2569 ขณะที่เจ้าหน้าที่สายตรวจส่วนกลาง อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย และเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติฯ ที่ วศ.6 ขุนห้วย ที่กลับจากภารกิจดับไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่อุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย ท้องที่ตำบลแม่เกิ๋ง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ และถอนกำลังออกมาพักและทำการดักซุ่มบริเวณจุดเฝ้าระวังไฟป่าบ้านค้างคำแสน (ทางเข้าป่าลำห้วยสลก/นอกเขตอุทยานแห่งชาติ) หมู่ 8 ตำบลแม่เกิ๋ง อำเภอวังชิ้น จังหวัดแพร่ อยู่นั้น

ทางเจ้าหน้าที่ พบว่ามีชาย 3 คน เดินออกจากป่ามาทางลำห้วยสลก จึงแสดงตัวและขอตรวจค้น เบื้องต้นพบปืนลูกซองยาว (ไทยประดิษฐ์)จำนวน 1กระบอก

และมีเป้สะพายหลัง ซึ่งจากการสอบถามทราบว่าในเป้สะพายหลังเป็นซากของสัตว์ป่า จึงได้ทำการควบคุมตัวไว้บริเวณจุดเฝ้าระวังไฟป่าและได้ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรวังชิ้น มาร่วมตรวจสอบ ตรวจยึด พร้อมทำการจับกุม

ทางเจ้าหน้าที่ฯ ได้ตรวจค้นโดยละเอียดจึงพบของกลาง ดังต่อไปนี้ 1. ปืนลูกซองยาว (ไทยประดิษฐ์) จำนวน 1 กระบอก 2. ลูกกระสุนปืนลูกซอง 1 นัด

3. ซากหมู่ป่าที่ถูกชำแหละแล้ว จำนวน 1 ซาก 4. ตัวลิ่น หรือ ตัวนิ่ม จำนวน 1 ตัว

จึงได้ร่วมกับนำผู้ต้องหาพร้อมของกลางดังกล่าวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรวังชิ้น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป

ซึ่งในเรื่องนี้ นายพุทธพจน์ คูประสิทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ได้ให้นโยบายกับหน่วยงานต่างๆของสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 ให้ เนินการตามนโยบายอย่างเคร่งครัดในส่วนของสายเขียวในจังหวัดแพร่ หลังจากทราบเรื่องดังกล่าวที่เกิดขึ้น ที่ในเขตอุทยานแห่งโกศัยนั้น ซึ่งที่ผ่านมามีการติดตามสถานการณ์ไฟป่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งที่หัวหน้าอุทยานเวียงโกศัยพร้อมเจ้าหน้าที่ฯประสานการทำงานกับอาสาสมัครไฟป่าเข้าดับไฟอย่าวต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ไฟป่ายังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นกัน จึงเป็นข้อกังขาของ สายเขียวเป็นอย่างมากว่าเกิดอะไรขึ้น

มีการคุยกันในกลุ่มกว๊านว่า ต้องมีอะไรมากกว่านี้และมีความพยายามสืบค้นหาความจริงอย่างต่อเนื่อง และสุดท้ายก็มาประจบเหมาะกับทางเจ้าหน้าที่อุทยานเวียงโกศัย ได้มีการจับกุมผู้กระทำผิดซึ่งมีของกลางอาวุธปืน ตัวนิ่มและซากสัตว์ดังกล่าว และมีความมั่นใจว่า จากจุดนี้เองเป็นเหตุใหญ่เหตุหลักที่ทำให้ ไฟป่าเกิดขึ้นบริเวณอุทยานเวียงโกศัย สาเหตุที่ให้ชาวจังหวัดแพร่ได้รับผลกระทบจากภาวะหมอกควันอย่างต่อเนื่อง จึงฝากให้กับพี่น้องชาวจังหวัดแพร่ ทุกท่านทุกคนช่วยกันตระหนักให้เรื่องนี้และช่วยกันเฝ้าระวังสอดส่องเรื่องดังกล่าวอย่างเข้มข้นด้วย

จากแหล่งข่าวในพื้นที่ แจ้งว่า สาเหตุหลักที่ไฟไหม้ป่าอย่างต่อเนื่องนั้น น่าจะเป็นกลุ่มพรานป่าฯ ที่มีการเผาป่าเพื่อล่าสัตว์อย่างแน่นอน

ส่วนการเสียชีวิตของ นายเดชา ตาธิกา อาสาดับไฟป่าชาวบ้านปางไม้นั้น ต้นเหตุอาจจะมีการเผาป่าจากน้ำมือของกลุ่มพรานป่าในพื้นที่ เพื่อล่าสัตว์ อาจเป็นได้

วานนี้ นายประวิทย์ ใจคำ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเวียงโกศัย ร่วมวางพวงหรีดแสดงความอาลัยต่อการจากไปของ นายเดชา ตาธิกา อาสาดับไฟป่าชาวบ้านปางไม้ ตำบลป่าสัก อำเภอวังชิ้น ผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ดับไฟป่าดังกล่าว พร้อมกันนี้ ทางสมาคมคนแพร่ได้ร่วมมอบเงินทำบุญ เพื่อช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวผู้สูญเสียในครั้งนี้

น้ำใจเล็กๆ ที่ถูกส่งต่อในวันนี้อาจไม่สามารถทดแทนชีวิตได้ แต่ช่วยบอกกับครอบครัวว่า“เขาไม่ได้สู้เพียงลำพัง” ขอให้ดวงวิญญาณไปสู่สุคติและขอให้ความเสียสละครั้งนี้เป็นบทเรียนที่สังคมต้องไม่ลืม

 

ธีรพงษ์ ธงออน/แพร่

ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน