ตำรวจ-ทหาร » ป.ป.ส. ขยายผลยึดทรัพย์เครือข่ายยานรก จับ จนท.รัฐคุมเส้นเงิน-เครือข่ายบัญชีม้าที่แม่สาย

ป.ป.ส. ขยายผลยึดทรัพย์เครือข่ายยานรก จับ จนท.รัฐคุมเส้นเงิน-เครือข่ายบัญชีม้าที่แม่สาย

2 เมษายน 2026
61   0

Social Share

ป.ป.ส. ขยายผลยึดทรัพย์เครือข่ายยานรก จับ จนท.รัฐคุมเส้นเงิน-เครือข่ายบัญชีม้าที่แม่สาย

ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่ง พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้สั่งการกำชับให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดและเข้มงวดสูงสุด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม โดย พันตำรวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. จึงได้เปิดปฏิบัติการเชิงรุกภายใต้ชื่อ ยุทธการตัดเนื้อร้าย เพื่อกวาดล้างและขุดรากถอนโคนเจ้าหน้าที่รัฐทุกระดับที่มีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับเครือข่ายยาเสพติด โดยมุ่งเน้นการสร้างความโปร่งใสในระบบราชการและฟื้นฟูความเชื่อมั่นของภาคประชาชน โดยมีแนวทางในการดำเนินงานที่สำคัญคือการปราบปรามอย่างไม่มีข้อยกเว้น ไม่มีการปกป้องเจ้าหน้าที่หากพบหลักฐานความเชื่อมโยงกับเครือข่ายยาเสพติดในทุกบริบท ทั้งระดับท้องถิ่นและระดับข้ามชาติ โดยจะถูกลงโทษทั้งทางอาญาและวินัยขั้นสูงสุด รวมถึงการใช้มาตรการยึดทรัพย์สินมาใช้ตรวจสอบและดำเนินคดี เพื่อส่งสัญญาณว่าหน่วยงานของรัฐต้องสะอาดและเป็นที่พึ่งให้กับประชาชนได้อย่างแท้จริง

โดยเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 สำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เปิดปฏิบัติการ ยุทธการตัดเนื้อร้าย จำนวน 2 จุดในพื้นที่จังหวัดตรัง และจังหวัดเชียงราย ดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับจำนวน 2 คน ซึ่งเป็นผู้เกี่ยวข้องในคดีเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ที่สำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 5 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมผู้ต้องหา 3 คน พร้อมไอซ์ 496 กิโลกรัม ที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยยาเสพติดซุกซ่อนมากับสินค้าเกษตรเตรียมลำเลียงไปยังตลาดไท จังหวัดปทุมธานี ภายหลังจากการจับกุมเจ้าหน้าที่ดำเนินการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวน 13 ราย ซึ่งมีบทบาทเกี่ยวกับการลำเลียงยาเสพติดและบทบาททางด้านการเงิน และเมื่อเดือนมกราคม 2569 สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 3 ราย ในพื้นที่จังหวัดพะเยา โดยจากการตรวจสอบพบว่ามีบุคคลที่ถูกออกหมายจับ 1 ราย เป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่เข้าไปมีส่วนร่วมดำเนินการด้านการเงินให้เครือข่ายยาเสพติดเคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ นอกจากนี้ยังมีผู้เกี่ยวข้องที่ถูกออกหมายจับรายอื่นที่เคลื่อนไหวอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันวางแผนเพื่อสืบสวนจับกุม

โดยผลปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหารายที่ 1 คือ นางสาวไอลดา (สงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่รัฐ สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งหนึ่งในจังหวัดตรัง ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 797/2569 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2569 ในข้อหาสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด อันมีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมและสมคบกันฟอกเงิน โดยนางสาวไอลดา มีบทบาทดำเนินการเรื่องการเงินให้กับบุคคลในเครือข่ายการค้ายาเสพติด อีกทั้งยังมีการว่าจ้างบุคคลให้จัดหาบุคคลมาเปิดบัญชีธนาคารเพื่อใช้ในการรับโอนเงินค่ายาเสพติด เหตุเกิดที่ตำบลย่านตาขาว อำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินได้แก่ รถยนต์ 1 คัน บัญชีธนาคาร 3 บัญชี โฉนดที่ดิน 5 แปลง ในพื้นที่จังหวัดตรัง รวมมูลค่าประมาณ 2,000,000 บาท

สำหรับผู้ต้องหารายที่ 2 คือ นายวีรกร (สงวนนามสกุล) โดยสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 5 ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรแม่สาย และตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เข้าจับกุมตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ 798/2569 ลงวันที่ 27 มีนาคม 2569 ในข้อหาเดียวกัน เหตุเกิดที่บ้านพักในพื้นที่ตำบลศรีเมืองชุม อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย โดยนายวีรกร มีบทบาทเป็นผู้รับจ้างเปิดบัญชีธนาคารและเปิดซิมการ์ดให้กับเครือข่ายการค้ายาเสพติดเพื่อทำธุรกรรมทางการเงิน โดยได้รับค่าจ้างจำนวน 10,000 บาท ซึ่งในระยะเวลา 5 เดือนหลังคดีการจับกุมดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ส. ได้บูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานภาคีดำเนินการสืบสวนขยายผล จนกระทั่งสามารถรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอนุมัติหมายจับผู้เกี่ยวข้องจำนวน 13 ราย และปัจจุบันดำเนินการจับกุมได้แล้วรวมจำนวน 5 ราย

ด้านพันตำรวจตรี สุริยา เลขาธิการ ป.ป.ส. ได้กล่าวว่า สิ่งที่วิกฤตและเป็นอุปสรรคสำคัญในการแก้ไขปัญหายาเสพติดมาโดยตลอด คือการที่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐบางกลุ่มใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ผิด ทั้งการสนับสนุน เอื้อประโยชน์ หรือเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการค้ายาเสพติด พร้อมย้ำว่าภายใต้ยุทธการตัดเนื้อร้ายนี้ จะขุดรากถอนโคนเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำความผิดทุกระดับโดยไม่มีการละเว้น

นอกจากนี้ยังได้เน้นย้ำถึงมาตรการขั้นเด็ดขาดที่จะนำมาบังคับใช้เพื่อเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ หากพบว่ามีผู้ใต้บังคับบัญชากระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ผู้บังคับบัญชาชั้นต้นจะต้องร่วมรับผิดชอบด้วยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม ได้ขอขอบคุณทุกความร่วมมือของประชาชนที่ร่วมเป็นหูเป็นตา หากมีเบาะแสเกี่ยวกับเจ้าหน้าที่รัฐที่มีพฤติการณ์น่าสงสัยเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บเป็นความลับสูงสุด.

 

ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน