
(มีคลิป)เชียงใหม่-ผบช.ภ.5 แถลงผลงานการจับกุมแก๊งเครีอข่ายยาเสพติดลอบขนยาบ้า 4 แสนเม็ด-รวบแก๊งบัญชีม้าข้ามชาติ ขยายผลส่งดำเนินคดี
เมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 2 มี.ค.69 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5,พล.ต.ต.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รองผบช.ภ.5,พล.ต.ต.วรพงษ์ คำลือ รอง ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.จิตต์พิสุทธิ อิ่มสงวน
ผบก.สส.ภ.5,พล.ต.ต.บุญยวัต เกิดกล่ำ ผบก.ภ.จว.ลำพูน ,พล.ต.ต.ยุทธนา แก่นจันทร์ ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ปปส. ร่วมกันแถลงข่าวจับยาบ้า 4 ล้าน เม็ด ณ ลานแถลงข่าว บก.สส.ภ.5 ตำรวจภูธรภาค 5 อ.เมือง จ.เชียงใหม่




โดยการจับกุมครั้งนี้เจ้าหน้าที่ ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง ปปส. ได้รับแจ้งจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนไปส่งในพื้นที่ภาคกลางจึงทำการตั้งด่านตรวจที่ด่านตรวจยาเสพติด แม่ทา จ.ลำพูนต่อมามีรถซูซูกิ สวิฟท์ สีขาว หมายเลขทะเบียน ขต 8104 เชียงราย รถเก๋งมาสด้าสีดำ หมายเลขทะเบียน 9กย 5561 กทม. รถเก๋งฮอนดร้าชีวิกสีเทา หมายเลขทะเบียน กอ 8504 ชลบุรี ขับตามกันมาจึงเรียกให้ตรวจค้นพบยาบ้า 4 ล้านเม็ด ซุกซ่อนในรถมาสด้า จึงจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดทราบชื่อ นายธีรพร (ขอสงวนนามสกุล)อายุ 26 ปีชาวชัยภูมิ คนขับรถมาสด้า นส.รุ่งอรุณ(ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปีชาวนครราชสีมา นายเทพนที (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี ชาวนครราขสีมา คนขับรถฮอนดร้าซีวิค นายโชคชัย โจ้พิมาย อายุ 20 ปี นายวรโชติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ดญ.บี อายุ 14 ปี นางสาว เอ อายุ 16 ปี ทั้งหมดขาวนครราชสีมา คนขับรถซูซูกิ




จากการสอบสวนทั้งหมดรับจ้างจากนายทุนจำนวน 3.5 แสนบาท ทำทีขับรถมาเที่ยวเชียงรายลอบขนยา 4 ล้านล็อตนี้ไปส่งให้ที่จ.สระบุรี ซึ่งหลังการจับกุมจะมีการขยายผลการจับกุมกวาดล้างเครือข่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป
ส่วนอีกคดี…รวบสาวบัญชีม้ากดเงินข้ามชาติ
เมื่อวันที่ 2 มี.ค.69 พล.ต.ท.กฤตธาพล ยี่สาคร ผบช.ภ.5 พร้อมเจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศตำรวจภูธรภาค 5 (ศปอส.ภ.5) เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.5 ได้ทำการจับกุม น.ส.ชุฎา หรือโม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี บ้านอยู่ ต.โพนเพ็ก อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น

ทำหน้าที่ ม้าถอนเงิน/เจ้าของบัญชีม้า นายพิภพ หรือภพ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี บ้านอยู่ ต.แม่สูน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ทำหน้าที่ ควบคุมม้าถอนเงิน MR.ARR WAI หรืออาเหวย อายุ 27 ปี สัญชาติ เมียนมาทำหน้าที่ ควบคุมม้าถอนเงินนายจงฟู่ หรืออาฟู่ ไม่มีนามสกุล อายุ 25 ปี บ้านอยู่ ต.หนองบัว อ.ไชยปราการจ.เชียงใหม่ทำหน้าที่ ควบคุมม้าถอนเงินพร้อมของกลาง เงินสดจำนวน 300,000 บาท สมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย ชื่อบัญชี น.ส.ชุฎาฯ จำนวน 1 เล่ม
3. บัตรATM ธนาคารกรุงไทย จำนวน 1 ใบ
4. กระเป๋าคาดอก ลายดำ-เทา จำนวน 1 ใบ
5. โทรศัพท์มือถือ จำนวน 4 เครื่อง
พฤติการณ์ : เมี่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 เวลาประมาณ 16.00 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ภ.5 ได้รับการประสานจากฝ่าย ศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ (ศกค.) และ Investigate Digital Channel สายงาน Financial Crime ธนาคารกรุงไทย ประสานให้ดำเนินการตรวจสอบ บุคคลต้องสงสัย รับโอนเงินจากผู้เสียหาย และได้เข้าทำธุรกรรมถอนเงินสดหน้าเคาเตอร์ ณ ธนาคารกรุงไทย สาขาประตูเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ โดยทำธุรกรรมถอนเงินสด จากบัญชีธนาคารกรุงไทย หมายเลขบัญชี 664568xxxx ชื่อบัญชี น.ส.ชุฎา ฯ จำนวนเงิน 300,000 บาท ซึ่งเป็นการทำธุรกรรมที่ผิดปกติ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ภ.5 จึงได้เดินทางไปยังธนาคารกรุงไทย สาขาประตูเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ต่อมาเวลาประมาณ 16.20 น. เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศปอส.ภ.5 เดินทางไปถึงพบ น.ส.ชุฎาฯ กำลังถอนเงินสดและเดินออกจากธนาคาร จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจสอบและซักถาม น.ส.ชุฎาฯ ให้การรับว่า ได้ถอนเงินสดจากบัญชีธนาคารกรุงไทย หมายเลขบัญชี 664568xxxx ชื่อบัญชี น.ส.ชุฎาฯ ซึ่งเป็นบัญชีของตน จำนวนเงิน 300,000 บาท เมื่อวันที่ 27 ก.พ.2569 เวลา 16.17 น. ซึ่งเงินสด จำนวน 300,000 บาท (สามแสนบาทถ้วน) ไม่ใช่เงินสดของตน ไม่ทราบว่ามาจากผู้ใด ทั้งนี้ตนได้รับคำสั่งการจากชายอีก 3 คน ซึ่งเฝ้าอยู่หน้าธนาคารเป็นคนสั่งการให้ทำตามขั้นตอนต่างๆ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้กระจายตัวและทำการควบคุม ชายอีก 3 คนได้ในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ นายพิภพ หรือภพ/ซาง ไม่นามสกุล , MR.ARR WAI หรืออาเหวย สัญชาติ เมียนมา และ นายจงฟู่ หรืออาฟู่ ไม่มีนามสกุล พร้อมของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือที่ใช้ติดต่อประสานงานกัน จำนวน 3 เครื่อง ซึ่งรับสารภาพว่าเป็นผู้ควบคุม สั่งการให้ น.ส.ชุฎาฯ มาเบิกถอนเงินสดจริง

จากการตรวจสอบข้อมูลในระบบรับแจ้งความออนไลน์ พบว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่ผู้เสียหายได้แจ้งความร้องทุกข์ไว้ที่ สภ.เมืองสระบุรี จว.สระบุรี เนื่องจากถูกมิจฉาชีพแก็งคอลเซ็นเตอร์หลอกให้โอนเงิน มูลค่าความเสียหาย 2,400,000 บาท และในจำนวนนี้ถูกโอนมายัง บัญชี น.ส.ชุฎาฯ จำนวน 300,000 บาท ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้คืนเงินที่ตรวจยึดได้ให้ผู้เสียหาย และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามกฎหมายต่อไป
ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน