หน้าแรก » แม่ฮ่องสอน-ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอปาย บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมตัวผู้ลักลอบเผาป่าในพื้นที่ส่งดำเนินคดี

แม่ฮ่องสอน-ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอปาย บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมตัวผู้ลักลอบเผาป่าในพื้นที่ส่งดำเนินคดี

1 เมษายน 2026
57   0

Social Share

แม่ฮ่องสอน-ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองอำเภอปาย บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จับกุมตัวผู้ลักลอบเผาป่าในพื้นที่ส่งดำเนินคดี

วันที่ 31 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา โดยการอำนวยการของ นายวิบูรณ์ แววบันฑิต ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน และนายณพล พาหุมันโต นายอำเภอปาย สั่งการให้ นายภูรีภัทร พิพัฒน์พงศธร ปลัดอำเภอ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย นายถิรวิช เพชระกระจ่าง และนายณัฐชนน วงค์ธิมา ปลัดอำเภอ ฝ่ายความมั่นคงอำเภอปาย นำชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครอง อำเภอปาย บูรณาการร่วมกับ เจ้าหน้าที่ป่าไม้อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง เจ้าหน้าที่ตำรวจ สถานีตำรวจภูธรปาย เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตระเวนชายแดน 336 (แม่ของ) เจ้าหน้าที่ทหารชุด ร้อย ร.1733 ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 8 ตำบลเวียงเหนือ ลงพื้นที่เพื่อออกปฏิบัติการลาดตระเวนและทำการดับไฟ เพื่อป้องกันและแก้ไขไฟป่าในพื้นที่ตำบลเวียงเหนือ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยจับกุมบุคคลที่ลักลอบเผาป่าโดยผิดกฎหมาย จำนวน 1 ราย โดยจับกุมได้บริเวณกระท่อมไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 8 ตำบลเวียงเหนือ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เป็นบุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียน อายุ 51 ปี ที่อยู่หมู่ที่ 2 ตำบลแม่ฮี้ อำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน พร้อมด้วยของกลาง ไฟแซ็ก ยี่ห้อ TAIYO สีน้ำเงิน จำนวน 1 อัน, รังต่อ จำนวน 6 ชั้น เสื้อสีแดงคอปกแขนสั้น จำนวน 1 ตัว ซึ่งผู้ต้องหาสวมใส่ขณะทำความผิด จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรปาย เพื่อดำเนินคดีตามข้อกล่าวหาต่อไป

สำหรับข้อกล่าวหาผู้ต้องหา ประกอบด้วย

1. เสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทเอมเฟตามีน หรือยาบ้า) โดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

2. มาตรา 14 ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ห้ามมิให้บุคคลใด ยึดถือครอบครองทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทำไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507

3. มาตรา 19 (1) ห้ามมิให้บุคคลใด กระทำด้วยประการใด ๆ ให้เสื่อมสภาพหรือเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ไปจากเดิม ดังต่อไปนี้ (1) ยึดถือหรือครอบครองที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้เสื่อมสภาพหรือทำลายทรัพยากรธรรมชาติอื่น ตามพระราชบัญญัติอุทยานพ.ศ. 2562

4. มาตรา 20 “บุคคลซึ่งเข้าไปในอุทยานแห่งชาติ ต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ ซึ่งได้สั่งให้ปฏิบัติตามระเบียบที่อธิบดีกำหนด” ตามพระราชบัญญัติอุทยานพ.ศ. 2562

5. มาตรา 54 ห้ามมิให้ผู้ใดก่อสร้าง แผ้วถาง หรือ เผาป่า หรือกระทำด้วยประการใด ๆ อันเป็นการทำลายป่า หรือเข้ายึดถือหรือครอบครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484

 

ศูนย์ข่าวภาคเหนือ 24northernnews เชียงใหม่/รายงาน